สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ระบบปฏิบัติการ Windows Vista มี 6 เวอร์ชั่น

ระบบปฏิบัติการ Windows Vista มี 6 เวอร์ชั่น

Microsoft เปิดเผยสายการผลิตระบบปฏิบัติการ Windows Vista ว่าจะมีอยู่ทั้งหมด 6 เวอร์ชั่น โดยได้ออกแบบมาให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มองค์กรณ์ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและในทุกเวอร์ชั่นจะรองรับระบบ 32 Bit และ 64 Bit (เว้นเวอร์ชั่น Windows Vista Starter ) เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยระบบปฏิบัติการ Windows Vista แบ่งออกเป็น

สำหรับภาคองค์กรธรุกิจ (Windows Vista for businesses)

โดยในเวอร์ชั่นนี้สามารถแยกออกเป็น 2 เวอร์ชั่นย่อย ดังนี้

Windows Vista Business

สำหรับในเวอร์ชั่นนี้มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- New user interface ที่ถูกออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Windows Aero™ ซึ่งทำให้ใช้งานได้ง่ายดายกว่าเดิม ด้วยรูปแบบที่โปร่งใสสวยงาม (Transparent glass design) รวมถึงการทำงานของ Windows Flip and Flip 3D desktop อีกด้วย

- เพิ่มเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารการจัดการไฟล์ภายในเครื่อง

- ด้วยเทคโนโลยี Windows Tablet PC ซึ่งจะช่วยทำงานร่วมกับปากกาดิจิตอลหรือใช้ปลายนิ้วสัมผัสแทนการใช้คีย์บอร์ด

สำหรับเวอร์ชั่นนี้น่าจะเน้นที่ฟังก์ชันการจัดการและการทำงานร่วมกันโดยใช้โปรโตคอลกลางสำหรับการทำงานของระบบเครือข่ายอย่างเช่น Netware และ SNMP เป็นต้น มีฟังก์ชัน Remote Desktop, IIS Web server และ Encrypted File System (EFS)

Windows Vista Enterprise

สำหรับในเวอร์ชั่นนี้มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

- Windows Vista Enterprise ใช้เทคโนโลยีการสร้างรหัสสลับที่ฮาร์ดแวร์ (Data protection using hardware- based encryption) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการขโมยหรือสูญหายของข้อมูลภายในองค์กรจากผู้ไม่หวังดี

- เพิ่มเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารภายในองค์กรได้สะดวกขึ้น

- มีระบบ Subsystem for UNIX-based Applications ที่ช่วยให้ที่ให้ผู้ใช้สามารถสั่งรัน UNIX applications บนเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Vista เวอร์ชั่น Enterprise ได้

สำหรับเวอร์ชั่นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (Home PC User)

นอกจากทุกตัวจะมี New user interface ที่ถูกออกแบบใหม่ที่เรียกว่า Windows Aero™ ที่เหมือนกับ Windows Vista Business แล้ว ยังแบ่งออกเป็น 4 เวอร์ชั่นย่อยๆ ดังนี้

Windows Vista Home Basic

สำหรับในเวอร์ชั่นนี้มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้ - นับเป็นเวอร์ชั่นที่ออกแบบให้สามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป ยกตัวอย่าง เช่น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต, การส่งอีเมล์, การใช้ MSNหรือการสร้างงานด้านเอกสาร เป็นต้น - เพิ่มคุณสมบัติ New Search Explorer, Sidebar and Parental Controls - เพิ่มเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Phishing Filter, Windows Defender ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้มีความมั่นใจมากขึ้น

Windows Vista Home Premium

นับเป็นเวอร์ชั่นที่เหมาะกับสำหรับผู้ที่ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ใช้จะได้พบกับประสบการณ์ความบันเทิงและความสนุกสนานในยุคดิจิตอล เช่น การแชร์ภาพถ่ายดิจิตอล, วิดีโอ, รายการทีวี, ภาพยนตร์, เกมส์ เป็นต้น

Windows Vista Ultimate

มีฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายๆ Windows Vista Home Premium ซึ่งรวบรวมความบันเทิงทุกรูปแบบเข้าด้วยกัน ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ ข่าวสารความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ

Windows Vista Starter

สำหรับเวอร์ชั่นนี้น่าจะเทียบได้กับ XP Starter Edition ตอบโจทย์กลุ่มผู้เริ่มต้นใช้คอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มผู้เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ราคาประหยัด ซึ่งรองรับระบบ 32-Bit เท่านั้น อีกทั้งราคาค่อนข้างถูกกว่าทุกเวอร์ชั่นที่ได้กล่าวมาแล้ว

การอัปเกรดเวอร์ชั่นสำหรับ Vista

สำหรับการอัปเกรดเวอร์ชั่นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (Home PC User) นั้น ผู้ใช้สามารถอัปเกรดได้เลย โดยการเรียกใช้งานฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Windows Anytime Upgrade program โดยการคลิกเลือก Parental Controls > Anytime Upgrade program

จากนั้นผู้ใช้ก็สามารถเข้าสู่การอัปเกรดได้เลยทันที โดยทำตามขั้นตอนที่โปรแกรมกำหนด สำหรับผู้ที่ทดสอบ Windows Vista build 5308 จะยังไม่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้ แต่คาดว่าฟังก์ชั่นจะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อออก Windows Vista สมบรูณ์แบบสำหรับวางขายสู่ท้องตลาดประมาณปลายปีนี้

ข้อมูล Windows Vista Enterprise CTP Build 5308 เวอร์ชั่นทดสอบล่าสุด

Windows Vista Enterprise CTP Build 5308 ได้ถูกปล่อยตัวออกมาเป็นอันดับที่ 4 ของการปล่อยเวอร์ชั่นทดลองใช้ของ Window Vista ออกมาซึ่งได้ส่งให้ทีมทดสอบ และทีม MSDN ของไมโครซอฟต์ได้ทดสอบกันแล้ว

Windows Vista Enterprise CTP มุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้ในระดับองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะมุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายสำหรับการพัฒนา ระดับความปลอดภัย การเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งความสามารถในรูปแบบ mobile และ remote productivity อีกทั้งเพิ่มลักษณะพิเศษ และเครื่องมืออัพเกรดอีกหลายตัว ซึ่งช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น

ไมโครซอฟต์เล็งโฟกัสไปพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT สามารถวางแผน ,ทดสอบ ,สร้างและกระจายงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเครื่องมือในการวางแผนมีดังนี้

- Enhanced Business Desktop Deployment

- Application Compatibility Toolkit (ACT)

เครื่องมือในการทดสอบ ,สร้าง และกระจายงานมีดังนี้

- Windows Automated Installation Kit

- Windows System Image Manager

- Windows Deployment Services

- Windows Preinstallation Environment 2.0

- User State Migration Tool 3.0

- Enhanced imaging technologies

ในส่วนของด้านการจัดการเดสก์ทอป มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น การเพิ่มขีดความสามารถของ Microsoft Management Console 3.0 การปรับปรุง Group Policy ซึ่งได้แก่การขยายความสามารถในส่วนของการตั้งค่า และการควบคุมอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบต่อพ่วง นอกเหนือจากนี้ยังมีการปรับปรุงในส่วนของ instrumentation and events และ Task Scheduler

อีกสองคุณสมบัติเด่นที่เห็นได้ชัดเจนใน เวอร์ชั่นทดสอบนี้คือ Windows Sidebar และ Gadgets รวมถึง Welcome Center ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใน build ล่าสุดนี้

ช๊อตเด็ด Windows Vista Enterprise CTP

เราได้รวบรวมภาพฟังก์ชั่นใหม่ๆ จาก Windows Vista Enterprise CTP เวอร์ชั่นทดสอบใหม่ล่าสุดที่ออกมาให้นักพัฒนาได้ทดสอบกัน เอามาให้ดูกันพอหอมปากหอมคอ กันไปก่อน อุ่นเครื่องไว้รอของจริงในปลายปีนี้

เริ่มกันตั้งแต่ต้นเลย ตั้งแต่หน้า Log on รูปแบบใหม่แสดงข้อมูลและกำหนดค่าต่างๆ ได้

หน้าตาสวยใสน่าใช้เหลือเกิน

เปิดมาก็เจอ Welcome Center ช่วยได้เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ,ย้ายไฟล์จากเครื่อง ,จัดการบัญชีผู้ใช้ หรือต้องการดูรายละเอียดของเครื่อง

นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Welcome Center คือฟังก์ชั่น Windows Easy Transfer ช่วยในการย้ายไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง

ในส่วนของ System and Maintenance มีฟังก์ชั่น Performance Rating and Tools ช่วยให้คะแนนอุปกรณ์ด้วยว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี แถมวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไขให้ด้วยนะ

มี Windows Sidebar และ Gadgets ของเล่นใหม่สิงสถิตย์อยู่ที่ด้านขวาของหน้าจอ

IE 7 ปกป้อง Phishing และผู้บุกรุกอย่างลึกล้ำ

ให้ดูกันเพียงเท่านี้หากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางเราจะรีบมารายงานคุณทันที

 

ที่มา http://www.marinerthai.com

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*