สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

W32.Bagle.AZ@mm

ชื่อ : W32.Bagle.AZ@mm, W32.Bagle.AU@mm, W32.Bagle.AY@mm, W32.Bagle.AT@mm หรือ W32.Bagle.BB@mm
ชนิด : หนอนอินเทอร์เน็ต (worm)
ชื่ออื่นที่รู้จัก : Win32.Bagle.AQ, Win32.Bagle.AP, Bagle.AT, WORM_BAGLE.AT, Bagle.BC, W32/Bagle.bb@mm, Worm/Bagle.AQ
ระดับความรุนแรง : ปานกลาง
ระบบปฏิบัติการที่มีผลกระทบ
: Windows 2000, Windows 95, Windows 98, Windows Me, Windows NT, Windows Server 2003, Windows XP
ระบบปฏิบัติการที่ไม่มีผลกระทบ
: Linux, Macintosh, Microsoft IIS, OS/2, UNIX

ข้อมูลทั่วไป

W32.Bagle.AZ@mm เป็นหนอนอินเทอร์เน็ตที่สามารถแพร่กระจายผ่านโพรโตคอลชื่อ Simple Mail Transfer Protocol (SMTP) ของตัวหนอนเอง โดยจะอาศัยเครื่องที่ถูกหนอนชนิดนี้คุกคามเป็นพาหะสำหรับการส่งอี-เมล์ที่แนบไฟล์ของหนอนชนิดนี้ออกมาในปริมาณมาก

หนอนชนิดนี้ยังสามารถแพร่กระจายตัวผ่านการแชร์ไฟล์แบบ P2P ได้เช่นกัน ซึ่งก็ยังคงใช้วิธีเหมือนสายพันธุ์ก่อนหน้านี้คือค้นหาโฟลเดอร์ที่มีชื่อประกอบด้วยคำว่า "Shared" แล้วจึงคัดลอกตัวเองไปยังโฟลเดอร์ดังกล่าวนอกจากนี้หนอนชนิดนี้ยังหยุดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์ส่วนบุคคลอีกด้วย

การแพร่กระจายของหนอนชนิดนี้ผ่านทางอี-เมล์นั้นจะมีลักษณะของอี-เมล์ดังนี้

ชื่อผู้ส่งอี-เมล์ ปลอมแปลงชื่อผู้ส่ง
หัวข้ออี-เมล์ Re Hello
Re Hi
Re Thank you!
Re Thanks :)
ไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์

PRICE.CPL
PRICE.EXE
PRICE.SCR
PRICE.COM
JOKE.CPL
JOKE.COM
JOKE.EXE

ข้อความในอี-เมล์

A smiley of these variants:
:))
:)

ตัวอย่างอี-เมล์ของหนอน

วิธีการแพร่กระจาย

หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านทางอี-เมล์ได้ นอกจากนี้หนอนชนิดนี้ยังสามารถแพร่กระจายผ่านการแชร์ไฟล์อีกด้วย

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

  • ส่งอี-เมล์ออกมาเป็นจำนวนมาก : หนอนจะส่งอี-เมล์โดยใช้ SMTP ของหนอนเอง
  • เครื่องอาจทำงานผิดพลาด : เนื่องจากหนอนจะแก้ไขไฟล์และรีจิสทรี ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้
  • เปิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ : หนอนจะทำการติดต่อไปยังเว็บไซต์ต่างๆ
  • หยุดการทำงานโปรแกรมป้องกันไวรัส : ส่งผลทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกหนอนชนิดนี้แพร่กระจาย อาจถูกหนอนชนิดอื่นแพร่กระจายได้

รายละเอียดทางเทคนิค

เมื่อหนอน W32.Bagle.AZ@mm ถูกเอ็กซิคิวต์ หนอนจะมีกระบวนการดังนี้

วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้

  • การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ วิธีที่ 1
    1. ดาวน์โหลดโปรแกรม Sysclean.com จากเว็บไซต์ http://www.trendmicro.com/ftp/products/tsc/sysclean.com
    2. ดาวน์โหลดไฟล์ pattern ชื่อ lptxxx.zip จาก http://www.trendmicro.com/download/pattern.asp

      หมายเหตุ xxx แทนตัวเลขเวอร์ชันล่าสุดของไฟล์ pattern

    3. แตกไฟล์ lptxxx.zip นำไฟล์ชื่อ lpt$vpn.xxx เก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์ Sysclean.com ที่ได้จากข้อ 1
    4. ตัดการเชื่อมต่อเครือข่าย
    5. หยุดการทำงานทุกโปรแกรม รวมทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย
    6. จากนั้นรันไฟล์ Sysclean.com จะปรากฏไดอะล็อกให้ทำการสแกนโดยกดปุ่ม Scan
    7. เริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง
    8. ทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้อยู่แล้วทำการสแกนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้งานอยู่ไม่มีไวรัส

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ ME:

หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ME ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้

  1. คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties
  2. เลือกแถบ Performance
  3. กดปุ่ม File System
  4. เลือกแถบ Troubleshooting
  5. ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable System Restore"
  6. กดปุ่ม Apply
  7. กดปุ่ม Close
  8. กดปุ่ม Close อีกที
  9. เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่ ให้กด Yes
    หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
  10. หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก
    หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
    หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable System Restore" ออก

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ XP

หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ใช้ backup utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้

  1. คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก Properties
  2. เลือกแถบ System Restore
  3. ใส่เครื่องหมายเลือก "Turn off System Restore" หรือ "Turn off System Restore on all drives"
  4. กดปุ่ม Apply
  5. กดปุ่ม Yes
    หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
  6. หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์ C:\_Restore และกำจัดออก หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
    หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-5 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Turn off System Restore" ออก

วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้

  1. ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที
  2. ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมประเภทแช็ต (Chat) ต่างๆ เช่น IRC, ICQ หรือ Pirch เป็นต้น
  3. ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
  4. สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน (Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ
  5. ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ Internet Explorer และระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ที่สุด

    IE 6.0 Service Pack 1
    Windows 2000 Service Pack 4
    Windows XP Service Pack 2

  6. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
  7. ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น high ดังคำแนะนำที่ http://thaicert.nectec.or.th/paper/virus/zone.php
  8. ทำการสำรองข้อมูลในเครื่องอยู่เสมอ และเตรียมหาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้น
  9. ติดตามข่าวสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสต่างๆ ซึ่งสามารถขอใช้บริการส่งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ของทีมงาน ThaiCERT ได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php
  10. สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีป้องกันตัวเองจากไวรัสทั่วไปได้ในหัวข้อ วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*