สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

มารู้จัก Mac ให้มากขึ้น

มารู้จัก Mac ให้มากขึ้น

ส่วนตัวผมเองนั้นใช้ Mac มาเป็นเวลาประมาณ 9 ปีแล้ว
ที่จำได้แม่นเพราะว่าผมเองเริ่มซื้อ Mac มาใช้เครื่องแรกในชีวิตตอนปี 2000


ผมมีงานประจำที่ต้องทำทุกๆต้นเดือนอยู่อย่างหนึ่ง คือเข้าไปเช็คสัดส่วนของผู้ใช้ Browser ซึ่งเป็นงานที่ผมในฐานะเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาอัพเดตตัวเองและทีมงาน เกี่ยวกับ Browser ที่ผู้ใช้นิยมใช้กัน เพื่อวางแผนการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสม สิ่งที่แปลกใจอยู่พอสมควรก็คือ ต้นปีที่ผ่านมาสัดส่วนของผู้ใช้ Mac และใช้ Safari ซึ่งเป็น Web Browser ในระบบ Mac OS X มีเพิ่มมากขึ้นมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา

ส่วนตัวผมเองนั้นใช้ Mac มาเป็นเวลาประมาณ 9 ปีแล้ว ที่จำได้แม่นเพราะว่าผมเองเริ่มซื้อ Mac มาใช้เครื่องแรกในชีวิตตอนปี 2000 ปีนี้ 2009 ก็ 9 ปีพอดี อย่างที่บอกข้างต้นผมทำงานเป็นเว็บมาสเตอร์ บางท่านอาจจะคิดว่า แน่สิ ผมต้องซื้อ Mac มาเพื่อใช้งาน Graphic แน่ๆ ผิดถนัดครับ งานของผมไม่ได้ทำงานด้าน Graphic เลย งานหลักของผมคือเขียนโปรแกรมในเว็บไซต์ ปัจจุบันมีงานด้าน VDO และแน่นอนครับ พออายุเยอะขึ้นงานเอกสารก็เพิ่มเข้ามาอีกอย่าง งานผมไม่เกี่ยวกับ Graphic เลย ดังนั้นค่านิยมที่เชื่อกันมานานว่า ไม่ได้ทำงาน Graphic จะซื้อ Mac มาทำไม Mac สำหรับคนทำงาน Graphic ผมบอกได้เลยครับ ว่าเป็นความคิดที่โบราณอย่างยิ่งยวด

Mac เหมาะกับใคร ? สำหรับผมเองนั้นผมว่า Mac เหมาะกับแทบจะทุกคนที่มีความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ประเด็นนี้เก็บไว้คุยกันในครั้งหน้าๆดีกว่า ครั้งนี้อยากจะนำเสนอประเด็นที่ผมสงสัยในตอนแรก ว่าทำไมในช่วงปีสองปีนี้ Mac ถึงมีคนใช้มากขึ้น แถวที่ทำงานผมนี่สมัยก่อนแทบจะไม่เห็นเลย ปัจจุบันเริ่มเห็นคนนำ MacBook ไปนั่งใช้งานตามที่ต่างๆมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Look and Feel


ประเด็นหนึ่งที่ขึ้นชื่อเลยของเครื่อง Mac รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Apple ก็คือเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์นี่แหละครับ หลายๆคนที่รู้จักจุดประกายความอยากซื้อ Mac มาจากเรื่องของความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น iMac , MacBook เรื่อยไปยัน iPod , iPhone ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีสไตล์ และมีแนวทางเป็นของตัวเอง เคยได้ยินบางคนชมว่าสินค้าของ Apple มีความเซ็กส์ซี่ในตัวเอง ถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว บางคนอาจจะยกเอาคำโบราณมาเถียงว่า สวยแต่รูปจูบไม่หอมรึเปล่า อันนี้ส่วนตัวแล้วผมมั่นใจที่จะตอบกลับได้เลยว่า ลองจูบดูเถอะแล้วจะรู้ว่า ไม่ใช่สวยแต่รูปแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องรุ่นไหน ทุกรุ่นทุกส่วนได้รับการออกแบบมาอย่างดี ไม่เพียงแต่ดูสวยงาม แต่ยังสะดวกต่อการใช้งานมากอีกด้วย

ความสะดวกในการใช้งาน

เครื่อง Mac แต่ละรุ่นจะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันอย่างชัดเจน การออกแบบตัวเครื่องในรายละเอียดต่างๆ ก็จะออกแบบมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ดังกล่าว ให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน ในแต่ละอย่างนั้นได้อย่างตอบโจทย์เลยทีเดียว อย่าง iMac นี่เห็นชัดเลย จอภาพ ตัวเครื่อง ออกแบบมาสวยงาม กินพื้นที่วางบนโต๊ะน้อยมาก เปิดกล่องมาเสียงเม้าส์ , คีย์บอร์ด และสายไฟ เท่านั้นก็พร้อมใช้แล้ว ภายในเครื่องมีครบ ทั้งกล้อง Web Cam (ภาษา Mac เรียกว่า iSight) , ไมค์ภายในเครื่อง , ลำโพงภายในเครื่อง (เสียงดีกว่าลำโพงในเครื่อง PC มาก) , Wireless LAN (Wi-fi ภาษา Mac เรียกว่า AirPort) , Gigabit Ethernet (LAN ธรรมดา) , Bluetooth มีครบครันไปยันตัวรับ Infrared (IR) นั่นแหนะครับ


พูดถึง IR ถ้าเคยใช้ iMac หรือ MacBook พร้อมกับ Remote เล็กๆที่ชื่อว่า Apple Remote สำหรับดูหนังฟังเพลงในเครื่อง ผ่านหน้าจอที่เรียกว่า FrontRow นั่นแหละครับ เป็นการใช้งานผ่านตัวรับ Infrared อันนี้บางคนอาจจะสงสัยว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้า iMac ก็อยู่ตรงตำแหน่งโลโก้ Apple หน้าเครื่อง ส่วน MacBook ก็อยู่ตรงขอบขวาด้านหน้าเครื่องนั่นเองครับ จะเห็นได้ชัดเลยว่ามันได้รับการออกแบบ มาให้สะดวกกับการใช้งานแล้ว ไม่เพียงแต่ทางด้านฮาร์ดแวร์เท่านั้น แต่ในด้านซอฟท์แวร์ ก็มีโปรแกรมทั้ง FrontRow ทั้ง iWork รวมไปถึงโปรแกรมอื่นๆ ที่รองรับการใช้งาน Remote ดังกล่าว ประเด็นก็คือมันไม่ได้สักแต่ว่ามีมาให้เห็นแต่ใน spec ว่ามีเท่านั้น แต่มันมีมาแล้วมันสามารถใช้งานได้ด้วยนี่แหละครับ ที่เป็นสิ่งที่จะเห็นได้ในเครื่อง Mac ทุกรุ่น

หรืออย่างเครื่อง Mac Pro สำหรับงาน Pro ที่ต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แรม , ฮาร์ดดิสก์ นั่นก็ทำมาตอบโจทย์มากๆ การเพิ่มแรม เปลี่ยนแรม เพิ่มฮาร์ดดิสก์กับเครื่อง Mac Pro สามารถทำได้ง่ายมาก ลืมไปเลยครับ ภาพที่ต้องมาหาไขควงขนาดนึงมาเปิดฝา Case แล้วต้องหาไขควงอีกขนาดมาไขตัวยึดฮาร์ดดิสก์ สำหรับ Mac Pro ใช้เพียงไขควงตัวเดียวเท่านั้น การเปิดฝา Case การติดตั้งตัวยึดฮาร์ดดิสก์ ทำได้ง่ายมาก

ประเด็นนี้ในเครื่อง Mac แต่ละรุ่นมีรายละเอียดให้คุยกันได้อีกหลายเรื่อง ถ้ายังไงยกไว้เอามาคุยกันต่อแบบยาวๆในวันหลังอีกรอบดีกว่านะครับ

Hardware


อย่างที่รู้กันว่าปัจจุบัน Mac และ PC ใช้ฮาร์ดแวร์ที่คล้ายคลึงกัน CPU ก็ใช้ Intel เหมือนกัน Wirless LAN , USB , Gigabit Ethernet LAN ก็มาตรฐานแบบเดียวกัน แล้วความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน ??? ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของความเข้ากันได้ของ Hardware ต่างๆที่ใช้เป็นส่วนประกอบ ทั้งความเข้ากันได้เองระหว่าง Hardware และความเข้ากันได้กับ Software ต่างๆในเครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบปฎิบัติการ (OS) ทันทีที่ซื้อเครื่อง Mac มา แกะกล่องเปิดเครื่องปุ๊บ พร้อมใช้งานเลย หรือจะลงระบบใหม่ ก็ไม่ต้องมาคอยกังวลหาแผ่น Driver ชิ้นนั้นที ชิ้นโน้นทีวุ่นวายไปหมด

อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในมุมของเซียน PC ว่าเครื่อง Mac ปรับแต่งหรือ “เล่น” อะไรไม่ค่อยได้ แต่ในความเป็นจริงของการใช้งานจริง สิ่งนั้นกลับทำให้เราเสียเวลากับการแก้ปัญหา การติดตั้งระบบต่างๆ น้อยลงมาก ทำให้เรามีเวลาไปทำงานได้มากขึ้น และเอาเข้าจริงๆ ถ้าไม่ใช่คน “เล่นของ” จริงๆ เชื่อเถอะครับ ไม่มีใครมาอัพเกรดเปลี่ยนส่วนนั้นทีส่วนนี้ทีกันบ่อยๆเท่าไหร่นักหรอกครับ เคยเห็นเพื่อนหลายคน พอจะอัพเกรด PC ที ไปๆมาๆจากวันที่ซื้อ จนถึงวันที่ตัดสินใจจะอัพเกรด อะไรๆก็เปลี่ยนไปแล้ว CPU ออกใหม่ ต้องเปลี่ยน Mainboard เปลี่ยน Mainboard ต้องเปลี่ยนแรม สารพัดสารเพ ไปๆมาๆ เข้าคำโบราณเขาว่า เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ในขณะที่เขาภาคภูมิใจกับการปล้ำอัพเกรดเครื่อง ผมกลับมองว่าเขาเสียเวลาทำงานไปเป็นวันๆ เสียเปล่าๆ แล้วมันไม่จบแค่วันเดียวหรอกครับ หลังจากนั้นก็มีอีก

หรืออย่างเครื่อง Mac Pro ที่เราสามารถจะเพิ่มชิ้นส่วนต่างๆ เช่นแรม หรือฮาร์ดดิสก์ได้ แต่ก็นั่นแหละครับ เขาออกแบบมาอย่างดีแล้ว การเปลี่ยน การเพิ่มชิ้นส่วน สามารถทำได้ง่าย และแทบจะไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับส่วนอื่นๆเลย ใช้ Mac ไม่ต้องขลุกกับการรื้อเครื่อง ถอดนี่ใส่นั่น ฆ่าไวรัส ให้ใครเรียกเซียนหรอกครับ ทุกอย่างมันสะดวกในตัวของมันเองอยู่แล้ว เอาเวลาไปนั่งคิดงาน ทำมาหาเงินดีกว่า

แม้อุปกรณ์หลายอย่างจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เหมือนที่ใช้ใน PC ข้างต้นดังกล่าว แต่ Mac ก็ยังคงความแตกต่าง หากสังเกตดีๆ จะพบว่ายังมีอุปกรณ์ที่แตกต่างและล้ำหน้ากว่า PC อยู่หลายอย่างเช่น Multi-Touch track pad ใน MacBook และ MacBook Pro , ขณะที่ PC โดยมากยังเป็น DVI Port เดิมๆ Mac เปลี่ยนไปใช้มาตรฐานอนาคตอย่าง Mini DisplayPort แล้ว ไหนจะ Battery แบบใหม่ใน MacBook Pro หรือเทคโนโลยีการผลิต Body ที่เรียกว่า Unibody ที่ให้ทั้งความสวยงามและแข็งแรง ในรายละเอียดจริงๆแล้ว ต่างกันเยอะมากครับ อยู่ที่ว่าเราจะมองมันออกได้มากน้อยแค่ไหน

และที่ไม่ควรมองข้ามอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องของการควบคุมมาตรฐานการผลิต และเรื่องการประกันของชิ้นส่วนต่างๆ ที่อยู่ในระดับที่วางใจได้ในระดับมาตรฐานของ Apple

Software
ประเด็นเรื่องมีโปรแกรมใช้เยอะหรือน้อย อันนี้ยังไม่พูดถึงนะครับ ณ จุดนี้มองเฉพาะ Software ที่มาพร้อมกับการซื้อเครื่อง Mac ในเบื้องต้นก่อน อันดับแรกตัวระบบปฎิบัติการหรือ OS เครื่อง Mac ทุกเครื่องจะมาพร้อมกับ OS ที่ชื่อว่า Mac OS X ที่เราสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเลยครับ ในขณะที่เครื่อง PC ถ้าจะว่ากันจริงๆ ตัว Microsoft Windows ที่หลายคนคิดว่าร้านคอมพ์จะต้องลงให้เราฟรีนั้น ถ้าแบบถูกต้อง ไม่ฟรีอย่างที่คิดนะครับ ราคาอยู่ที่หลักหลายพันจนถึงหมื่นเลยทีเดียว ส่วนถ้าจะเป็นแบบ OEM นั้นราคาเครื่องก็จะบวกเพิ่มขึ้นไปอีก


ไม่เฉพาะ Mac OS X เท่านั้น ยังมีโปรแกรมที่ชื่อว่า iLife ซึ่งเอาไว้ใช้งานหลายๆอย่าง ที่เป็นงานที่เราใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม iPhoto สำหรับจัดการเกี่ยวกับภาพถ่าย ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้คอมพ์แทบจะทุกคนมีกันแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของกล้องดิจิตอลเลย หรือว่ากล้องในมือถือ , iMovie เป็นโปรแกรมสำหรับเอาไว้ใช้ตัดต่อ VDO อานิสงส์จากราคากล้องถ่ายวีดีโอในปัจจุบันที่ราคาถูกลงมาก ทำให้หลายคนมีโอกาสจับจองเป็นเจ้าของ แต่ถ่ายมาแล้วยังไงต่อละ ถ้าจะตัดต่อวีดีโอที่ถ่ายมาแบบง่ายๆ iMovie นี่แหละใช่เลย สำหรับผมที่ทำงานด้าน VDO โดยตรง ผมยกให้เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ดีและใช้ง่ายมากที่สุดตัวนึงเลยทีเดียว อย่าไปเทียบกับ Windows Movie Maker เลยครับ อันนั้นนึกถึงแล้วปวดหัว ใช้งานยาก ประสิทธิภาพต่ำ เคยพยายามจะนำไปใช้งานตัดง่ายๆด่วนๆอยู่งานนึง ผลปรากฎว่าใช้วิธีโบราณตัดเองแบบ Manual ด้วยกล้องสะดวกกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ , iDVD โปรแกรมสำหรับไว้เขียนแผ่น DVD ที่ใช้งานง่าย และได้ผลงานสวยงามอย่างมืออาชีพ ยกตัวอย่างไว้เท่านี้ก่อนแล้วกันนะครับ สำหรับ iLife เต็มๆ ถ้ามีโอกาสค่อยนำมาคุยกันอีกครั้ง

ไม่เพียงแต่มีซอฟท์แวร์ที่ใช้สร้างผลงานได้ “จริง” เท่านั้น แต่ความสะดวกในการใช้งาน ความเสถียร และความปลอดภัยของ Mac OS X ยังจัดอยู่ในขั้นสูงมากด้วย เรื่องความสะดวกนี่บางคนเคยใช้ PC และ Windows มานาน พอมาใช้ Mac OS X แล้วงง ทำนั่นทำนี่ไม่ถูก ไอ้นี่ใช้ยังไงไอ้นั่นใช้ยังไง นั่นคือเรื่องของความเคยชินครับ เชื่อผมเถอะว่าถ้าคุณหัดใช้มันให้คุ้น ปรับเปลี่ยนความเคยชินที่เคยใช้ Windows มาก่อนได้ จะพบเลยว่าซอฟท์แวร์ใน Mac นั้นใช้งานง่ายมากเลย ผมยุให้น้าสาวซึ่งใช้คอมพ์ไม่ค่อยคล่องนัก ซื้อ iMac เมื่อปลายปีที่แล้ว ผลปรากฎว่าไงหรือครับ ผ่านไปสองวันน้าผมไม่โทรมาถามอะไรผมอีกเลย ไอ้ตอนใช้ PC นี่โทรมาถามโน่นนี่นั่นจุกจิกจนผมเบื่อ (ขออภัยถ้าน้ามาอ่านเจอ) พอใช้ Mac ถามผมน่าจะแค่สองรอบมั้ง เรื่องนึงที่จำได้คือแกถามว่าจะขยายกรอบหน้าต่างแต่ละหน้ายังไง อีกเรื่องจำไม่ได้แล้วว่าอะไร หลังจากนั้นไม่มีถามอีกเลย จนผมนึกว่าแกซื้อไปแล้วไม่ใช้ ปรากฎว่าตรงกันข้ามเลย แกบอกว่าใช้ง่ายกว่าอันเก่าเยอะ

เรื่องความเสถียรในการทำงาน เป็นเรื่องที่ Mac ได้รับการยอมรับมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานมืออาชีพที่ใช้ Mac ทำมาหากินในแวดวงต่างๆ ใกล้ๆตัวผมนี่ก็พวกงาน VDO งานทำดนตรี งาน Computer Graphic งานสิ่งพิมพ์ งานหนักๆพวกนี้ Mac เอาอยู่ ใช้งานทั่วไป ดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ต ใช้คำว่าเหลือๆได้เลยครับ


ส่วนเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าใช้ Mac แล้วขโมยไม่ขึ้นบ้านนะครับ แต่ว่าโอกาสที่จะติดไวรัส เหมือนอย่างที่ชาว Windows เจอกันจนคุ้นชินนั้นน้อยมากจนผมแทบจะอยากบอกว่า 0% เลยทีเดียว แต่เพื่อความไม่ประมาท ก็ขอใช้คำว่าน้อยมากถึงมากที่สุดแทนดีกว่า หลายปีที่ผ่านมารายงานความเสียหายของคนใช้ Mac จาก Virus หรือ Warm จากการติดตามข่าวสารอยู่ตลอดนั้น 0% ครับ มีแต่ข่าวรายงานว่าอาจจะมี มีโอกาสมี แต่ก็ไม่เห็นเกิดผลเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด ตั้งแต่ใช้ Mac มานี่ลืมไปเลยว่าโปรแกรมประเภท Anti-Virus มันมีโปรแกรมอะไรบ้าง พูดถึงเรื่องขโมย สงกรานต์ปีก่อนขโมยขึ้นบ้านผม ปรากฎว่ามันถอดปลั๊ก iMac ออก แต่ไม่ยกไปแฮะ ไม่รู้ว่าไม่รู้จักว่านี่คือคอมพิวเตอร์ หรือคิดอะไรอยู่ แต่ผมเองเดาว่าเขาไม่รู้จักมากกว่า เงินหายไปสามพัน แต่เครื่อง iMac อยู่ดีมีสุข งงดีเหมือนกัน

เรื่องซอฟท์แวร์นี่พิมพ์แล้วยาว ถ้ายังไงวันหน้ามีโอกาสจะยกเรื่อง Mac OS X มาคุยกันอีกครั้งแล้วกันนะครับ ยกยอดไปก่อน (อีกแล้ว)

ก่อนจาก
ทีแรกไม่คิดว่าจะมีอะไรพิมพ์เท่าไหร่ แต่ยิ่งพิมพ์ก็ยิ่งเพลิน มีหลายประเด็นที่อยากนำมาพูดคุย ให้เพื่อนๆสมาชิกชาว NotebookSpec อ่านกันอีก คงต้องยกไปต่อในรายละเอียดของแต่ละประเด็น ในโอกาสต่อไปนะครับ และคงต้องมีประเด็น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple อื่นๆ หลายอย่างติดมาด้วย ไม่จำกัดแต่เฉพาะ MacBook เพราะถ้าพูดถึง Mac แล้วมันโยงกันไปหมดครับ ทั้ง Desktop ทั้ง Laptop ทั้ง Hardware ทั้ง Software ถ้ามองแค่ผ่านๆ มองแต่ Spec มองแต่รูปร่างหน้าตา หรือมองแต่ราคา ผมว่ามันคงไม่ถูกต้องนัก เหมือนเราจะรักใครซักคน ก็คงต้องคบหาดูใจ ศึกษากันให้ดีก่อนจะตัดสินใจร่วมหอครองเรือนกันจริงไหมครับ แต่อย่าพึ่งคิดว่ามันจะยาก หรือมีเรื่องจุกจิกนะครับ ไม่มีอะไรยากเลย ไม่ต้องคอยง้อคอยเอาใจ ไม่ป่วยกระเสาะกระแส แถมยังน่ารักนิสัยดี อีกต่างหาก

สำหรับผมนั้นรู้สึกว่า Mac เป็นสินค้าที่ดีและคุ้มค่ามากเมื่อได้ใช้งานจริงๆจังๆ ตอนแรกที่ตัดสินใจซื้อ ก็ยอมรับครับว่าลังเลกับราคาอยู่เหมือนกัน สมัยเรียนคุ้นแต่กับเครื่องคอมพ์ประกอบ แต่คิดไปคิดมา ความอยากลองอะไรใหม่ๆ มันมีมากกว่า พอได้มาใช้งานจริงๆจังๆ รู้สึกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ใช้งานได้คุ้มค่าเงินมาก มีหลายอย่างที่ใช้วิธีคิดแบบเดิม ประเภทเอา spec แต่ละส่วนมาเช็คราคา แล้วบวกๆกัน เหมือนสมัยซื้อคอมพ์ประกอบ มาเทียบกันไม่ได้ แต่สิ่งนึงที่มั่นใจก็คือผลที่ได้จากการใช้งานนี่คุ้มค่าจริงๆ แล้วพบกันในโอกาสต่อไปครับ

ที่มา http://www.notebookspec.com

ความคิดเห็น

  1. 1
    สรินทร
    สรินทร keyjersy@yahoo.com 16/10/2010 17:27
    อ่านแล้วชอบมากค่ะ ข้อมูลดีเห็นด้วยที่สุดโดยเฉพาะแยกหน้าต่างไว้ได้หลายตัวทำงานหลายอย่างพร้อมกัน
  2. 2
    fluke
    fluke sasisthonfluke@hotmail.com 14/09/2011 16:50

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*