สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

มารู้จักกับ Apple ให้มากกว่านี้

มารู้จักกับ Apple ให้มากกว่านี้

Apple กับเส้นทางอันดับ 1 ตลอดกาล?

 


6264_ff_mac3_f_resized.jpg 
ชื่อว่า Apple ดีไซน์ต้องมาก่อน


คง จะไม่มีใคร ไม่รู้จักบริษัท Apple ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก้าวหน้ามากขึ้นทุกๆวัน  และช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้พัฒนาขึ้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เป็น เครื่องเล่น MP3 อย่าง iPod และพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเป็น iPod Classic ที่สามารถเล่นวิดีโอ และ MP3 ได้บนดีไซน์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร  และอินเทอร์เฟสการใช้งานที่โดดเด่น  ทำให้ Jonatha Ive รองประธานอาวุโสด้านออกแบบ โฟกัสแนวทางได้อย่างดีเยี่ยม
6264_ipod_timeline_whats_coming_next_1_resized.jpg       

 

โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า "หลายๆ คนเคยสับสนระหว่าง คำว่า Easy กับ Simply ซึ่งฟังๆดูเหมือนจะมีอะไรที่คล้ายๆกัน  แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันสิ้นเชิง  โดยผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นดูผ่านๆจะรู้ว่ามันเรียบง่ายจนเหมือนไม่ได้ออกแบบอะไรเลย  แต่ที่จริงแล้วกว่าจะได้ดีไซน์ลักษณะเรียบง่ายขนาดนี้  ต้องผ่านปัญหาและการใช้โซลูชั่นแก้ปัญหามานับร้อยครั้ง  เพราะ Apple ไม่ใช่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความง่าย ที่ทำอะไรก็ไม่ไตร่ตรอง แต่ Apple ตั้งอยู่บนความเรียบง่ายที่ผ่านการออกแบบอย่างดี จนจินตนาการของใครหลายๆคน ไม่สามารถเข้าถึงจุดๆนั้นได้"  และเขาได้พูดเสริมเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการทำงานของ Apple ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น  ทั้งสตีฟ จ๊อบส์ ทีมฮาร์ดแวร์ ทีมซอฟต์แวร์ วิศวกร จนถึงการตลาด

6264_jonathan_ive_and_steve_jobs_resized.gif 
      

"เราเริ่มการทำงานด้วยภาพสเก๊ตซ์นับไม่ถ้วน เพื่อสร้างตัวต้นแบบขึ้นมา  โดยเราเชื่อมั่นว่าการที่เราออกแบบโดยได้จับวัสดุจริง จะมีส่วนทำให้รู้ถึงโซลูชั่นที่จะใช้แก้ปัญหาได้ และเราจะรู้ได้ทันทีว่าโซลูชั่นไหนดีที่สุดในงานนั้น" และนี่คือแนวคิดของสุดยอดนักออกแบบกับอุปกรณ์ไอทีแห่งยุคเลยก็ว่าได้



ใช้อย่างเดียว ไม่ต้องคิดอะไรมาก

      นี่คือความคาดหวังที่ Apple มีให้แก่ผู้ใช้ทุกคน  นั่นคือประสบการณ์ใช้งานที่ไม่ต้องคิดถึงอุปกรณ์ ให้สนใจแต่งานหรือสิ่งที่กำลังจะทำอย่างเดียว   หรือเรียกได้ว่า อุปกรณ์ของ Apple เป็น Intuitive Design (ใช้อย่างเดียวไม่ต้องคิดอะไร)  เป็นการผสมผสานอินเตอร์เฟซของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นเอกลักษณ์และลง ตัวเหมาะกับการใช้งานอย่างที่สุดนั่นเอง   และถ้ายิ่งพูดถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ของ Apple คงจะหาที่ติยากสักหน่อย เพราะในขั้นตอนการผลิต Apple ได้ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยแบบสุดๆ ทำให้บางทีเรารู้สึกเหมือนเป็นอุปกรณ์ที่ผลิตด้วย Hand Made ชั้นสูงมากกว่า การผลิตที่ประกอบขึ้นจากโรงงาน  และจุดเด่นของ Apple คือผลิตอุปกรณ์ที่มีการจัดระเบียบและความสมดุลของชิ้นส่วนต่างๆ ได้ดีเยี่ยม  ถ้าจะพูดถึง iMac MacBook Pro-Air iPod iPhone iPad ทุกคนก็คงจะทราบดีว่ามันถูกออกแบบมาให้เยี่ยมยอดขนาดไหน   วัสดุทุกชิ้นที่เป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์มีความสวยงามเรียบง่ายและแข็งแรงมาก ที่สุด  เราจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม อุปกรณ์ประเภทเดียวกัน ราคาไล่เลี่ยกัน ผู้คนจึงเลือก Apple มากว่า  นั่นก็เพราะ Apple ได้ดีไซน์มาแบบ Simply & Easy to use ง่ายต่อการใช้งาน เพราะมีการออกแบบทั้งรูปลักษณ์และการใช้งานอย่างลงตัวแล้วนั่นเอง


6264_app_store_icons_10m_resized.png 

Application คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

      อุปกรณ์ที่ได้รับการขัดเกลาทางไอเดียมาอย่างดี  คงจะต้องตกม้าตายแน่ๆ ถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า แอพพลิเคชั่นที่ยอดเยี่ยมคู่กัน  ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Apple นั้นแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ค่ายอื่นๆ นั่นคือ  Apple เป็นเจ้าของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ นั่นคือการใช้งานที่ราบรื่นของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  ซึ่งในส่วนของซอฟต์แวร์ Application ที่ใช้งานกัน บางชนิดจะมีเฉพาะใน Mac เท่านั้นและความอัจฉริยะ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้สมบูรณ์นี่เอง  จึงเป็นปัจจัยที่บรรดา นักศึกษาศิลปกรรม หรือ นักดีไซน์เนอร์ นักออกแบบกราฟฟิค ต่างต้องเลือก Apple  ซึ่งระบบปฏิบัติการอื่นๆ ก็มี แต่ไม่ได้ถูกคนเหล่านั้นเลือก  
   


6264_Mac_App_Store_resized.png 
     Application ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องดาวน์โหลดจาก AppStore ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกหลงใหลมัน  ไม่ว่าจะเป็น App เกมส์ต่างๆ บน iPod iPhone หรือ App หนังสือต่างๆ บน iPad ที่ถูกปรุงแต่งมาเพื่อเพิ่มคุณค่าของมัน

6264_multi_touch.jpg


Multi-touch ขั้นเทพจาก Apple

      การ Touch ที่เป็นต้นแบบของ Multi-touch ของ iPhone ซึ่คาดว่าน่าจะกำเนิดขึ้นมาจาก iPod ที่มีการใช้ Touch เป็นวงกลม   จน iPhone เครื่องแรกของโลกคลอดออกมา  สตีฟ จ๊อบส์ ได้ถือมันยืนเกิดตัวในงาน Keynote และสามารถโชว์ระบบ Multi-touch บนไอโฟนเรียกเสียงฮือฮาและความสนใจได้จากคนทั้งโลก   ซึ่งเราอาจตอบได้ว่า หน้าจอชนิดสัมผัส หรือ Touch Screen นี้มีมานานก่อน iPhone แล้ว   แต่ผู้ที่ประยุกต์ให้ระบบ Touch Screen นี้ใช้งานง่ายกลายเป็นเทรนด์ก่อนใครในโลกก็คือ Apple  ซึ่งการใช้นิ้วของมนุษย์ แทนปากกา Stylus นั่นเป็นอะไรที่ดีกว่ามาก เพราะนิ้วคนเรามีถึง 5 นิ้วในแต่ละข้าง ซึ่งให้อิสระในการควบคุมได้มากกว่า ซึ่งก็ทำให้กำเนิด การใช้นิ้ว จิ้ม ขยาย หยิก รวบ เลื่อน เขี่ย ถู ไถ ได้มากมาย  ซึ่งทำให้ปุ่มควบคุมต่างๆ หายไปหมดแทบไม่เหลือ  จนบริเวณหน้าจอเหลือเพียงปุ่ม Home ปุ่มเดียว ตามที่เราเห็นกัน  ซึ่ง Multi-Touch ของ Apple นี่เองได้ปลุกตลาดอุปกรณ์ดิจิตอล  ขึ้นมา  เพราะหลังจากที่ ไอโฟนเปิดตัวไป  ค่ายอื่นๆ ก็เริ่มทำตาม ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าช่วง 1-2 ปีมานี้จะเห็นแต่คนใช้โทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัส  ทั้งๆที่ก่อน ไอโฟนจะเกิด แทบไม่มีเลย   จะมีก็แต่เครื่อง Palm Computer เท่านั้น   ไม่เพียงเท่านั้น การควบคุมและอินเตอร์เฟสที่ราบรื่น ไม่มีคำว่ากระตุก  ได้กลายเป็นมาตรฐานในอุปกรณ์ของ Apple ไป   หลายๆคนคงมีประสบการณ์ ทัชสกรีน อุปกรณ์ค่ายอื่นๆ แล้วไม่ลื่นเหมือน Apple ใช่ไหมครับ ตรงนี้แหล่ะ ที่ผู้เขียนเชื่อว่ามันสามารถซื้อใจผู้ใช้ได้หลายคนเลยทีเดียว  ถ้าหากแค่การใช้งานอินเตอร์เฟสพื้นฐาน กระตุกบ้าง ขัดกับการควบคุมของนิ้วบ้าง  ใครล่ะจะอยากซื้อใช้ (กว่าค่ายอื่นจะพัฒนาได้เท่าเทียมกับคุณสมบัตินี้ ผมเชื่อว่า Apple ก็คงนำไปอีกไกลแล้วล่ะครับ)



6264_jobs_ipad_600x400_resized.jpg 
iPad สร้างตลาดไอทีแห่งใหม่จนโลกต้องตะลึง

      หลังจากที่ชื่นชมกับความสำเร็จได้พักหนึ่ง Apple ก็ลุยเดินหน้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อ ซึ่งความสำเร็จจาก iPhone ได้ต่อยอด มานำเป็น iPad (Tablet Computer)กระดานดิจิตอล ที่ความสามารถคล้ายกันและเป็น Gadget ที่คนยุคใหม่หมายปอง  โดย Apple ก็ไม่ได้ผลิต Tablet Computer ขึ้นเป็นรายแรกของโลกอีกเช่นกัน  ก่อนหน้า iPad จะเกิด ก็มี Tablet Computer อยู่มากมาย ซึ่งมันคือ PC ที่แปลงร่างเป็น Tablet และใช้เมาส์จิ้มๆ เอาอย่างเดียวนั่นเอง  ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ชอบ เพราะมันไม่เวิร์ค มันก็เลยไม่ดังเท่านั้นเอง

     iPad นั้นก็ไม่ได้เป็น Tablet เครื่องแรกในโลก แต่มันสามารถสร้างมิติใหม่แห่งการใช้งานได้เป็นเครื่องแรกในโลกเพราะ iPad มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบภายในคล้ายกันกับ iPhone แต่สร้างมาให้มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่า  เพราะ Apple ตระหนักถึง นิ้วมือมนุษย์ที่ยังขยับไปมาไม่ได้อิสระเท่าที่ควร  และการใช้งานบนอุปกรณ์เล็กๆ ก็เป็นอะไรที่น่าอึดอัดอยู่ไม่ใช่น้อย  และหลังจากที่เปิดตัวไป App ต่างๆ ที่ทำเพื่อมารองรับ iPad ก็เริ่มพัฒนากันมากขึ้นเรื่อยๆ  จนบรรดาบริษัทคอมพิวเตอร์อื่นๆ มองกันอย่างอิจฉาตาร้อน  ที่ Apple ได้ส่วนแบ่งการตลาด ในเครื่อง Tablet ไปเต็มๆเจ้าเดียว  ในขณะเดียวกัน Google ที่พัฒนาระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์อย่าง Android  เตรียมลงเล่นแข่งขันกับ Apple  และบรรดาบริษัทไอที ที่ต้องการชิงชัยกับ Apple ได้พยายามนำ Android ลงสู่อุปกรณ์ของตน และแข่งขันกับ Apple ดังที่เราเห็น Tablet มากมายหลายยี่ห้อในปัจจุบันนี้  Apple ไม่ทันจะชื่นชมความสำเร็จจาก iPad 1 ได้ซักเท่าไหร่ ก็ต้องรีบพัฒนาต่อไปอีกขั้น  เพราะมีคู่แข่ง ทั่วโลกจ้องจะแย่งบัลลังค์แห่งชัยชนะครั้งนี้อยู่นั่นเอง  จึงทำให้กำเนิด iPad2 ขึ้นสกัดดาวรุ่งของทุกค่าย  ซึ่ง Jonathan Ive ก็ได้ให้สัมภาษณ์ในวิดีโอเปิดตัว iPad2 ของ Apple ด้วยว่า "สินค้าที่ออกไปอย่าง iPad ตัวแรกนั้น มันสามารถปฏิวัติวงการได้รวดเร็วก็จริง แต่ยังไม่ทันที่จะเงยหน้าหายใจสูดดมความสำเร็จกันเลย  เราต้องรีบเร่งพัฒนารุ่นต่อไปแล้ว  เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ"


6264_crowded_resized.jpg


      ความสำเร็จของ Apple นำมาซึ่งคู่แข่งที่จ้องจะแย่งตลาดใหม่อยู่ตลอดเวลา  แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้นโยบายของ สตีฟ จ๊อบส์ ประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะสิ่งที่ Apple ผลิตขึ้นแต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่สุดยอดทั้งนั้น  ซึ่งคู่แข่งแต่ละราย  ไม่ได้คิดจะสร้างความสุดยอดแบบสตีฟ จ๊อบส์ เลย แต่ตั้งเป้าว่าจะแย่งลูกค้าจาก Apple ได้อย่างไรเท่านั้นเอง???  ......สุดท้ายนั้นถ้าค่ายอื่นมองและคอยเดินตาม Apple ตลอดเวลาไม่คิดสร้างสินค้าระดับ Master Piece ขึ้นมาซักชิ้น Apple ก็คงจะเป็นผู้นำอยู่ตลอดเวลาไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหนๆ ล่ะครับ
  





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://www.i3.in.th/content/view/6264

Tags : Apple ipod iphone ipad สตีฟ จ๊อบส์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*