สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

QWERTY คืออะไรกัน?

QWERTY คืออะไรกัน?

     
         สวัสดีเพื่อนๆชาวGooAB.Net ทุกท่านนะครับ<<< ทำไมต้องเริ่มบทความแบบนี้ด้วยเนีย -*- ๕๕๕ แต่ก็ช่างมันเถิดเอาแบบนี้แหละ วันนี้เรื่องของเรา อาจจะเคยคุ้นหูมาบ้าง จากโฆษณา มือถือหลายๆตัว "Mobile XXX มาพร้อมกับ qwerty คีย์บอร์ด" เคยสงสัยกันบ้างไหมครับ ไอ้เจ้า Q-WER-TY(คิว-เวอร์-ตี้) ที่พูดกันติดปากนักหนาเนีย มันมาจากไหนจุดกำเนิดมันคืออะไร จริงแล้วเค้าQWERTYมีมาพร้อมๆกับระบบปฏิบัติการ(OS:Operating System) รุ่นแรกซึ่งเป้นรูปแบบ การวางตัวอักษรบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยม  เนือ่งจากในยุคแรกๆ มีKey บอร์ดผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่ได้รับความนิยมคือแบบ QWERTY ซึ่ง สาเหตุที่เรียกว่า QWERTY เพราะ ชุด ของตัวอักษร จะเรียงกันคือ Q-W-E-R-T-Y-U-I-O-P-[-]  ลองสังเกตุดูบนคีย์บอร์ดของท่านดูนะครับ ส่วนจุดกำเนิดของ่QWERTY เกิดจาก การจัดรูปแบบของก้านพิมพ์ดีด เพราะว่าจะทำให้การ พิมพ์ไม่ติดกัน ทำให้สามารถพิมพ์ได้รวดเร็ว  สำหรับด้านล่างเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ที่ผมได้รวบรวมมาให้เพือ่นได้ลองอ่านกันครับ เผื่อใครจะหาข้อมูลไว้ทำรายงานส่งอาจารย์ครับ^^




การติดกันของก้านพิมพ์ดีด


คีย์บอร์ด (คอมพิวเตอร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คียบอร์ด หรือ แป้นพิมพ์ (ศัพท์บัญญัติใช้ว่า แผงแป้นอักขระ) เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทุกเครื่องจำเป็นต้องมี เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการนำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยปกติมักจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือใกล้เคียง มีแป้นต่างๆ ประมาณร้อยแป้นอยู่บนคีย์บอร์ด (ขึ้นอยู่กับผังแป้นพิมพ์) ซึ่งถอดแบบมาจากเครื่องพิมพ์ดีด ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับรับข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ แล้วทำการเปลี่ยนเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต จากนั้นจึงส่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล หรือใช้ควบคุมฟังก์ชันการทำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์ และเพื่อให้การป้อนข้อมูลที่เป็นอักขระและตัวเลขทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น คีย์บอร์ดจึงแยกแผงที่เป็นแป้นอักขระกับแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก

ประวัติ

คีย์บอร์ดของไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูล IBM ในรุ่นแรกๆ ประมาณปี ค.ศ. 1981 จะมีแป้นทั้งหมด 83 แป้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า คีย์บอร์ด PC-X และในปี ค.ศ. 1984 ก็ได้พัฒนาแป้นพิมพ์เพิ่มขึ้นเป็น 84 แป้นพิมพ์มีชื่อเรียกว่า คีย์บอร์ด PC-AT ต่อจากนั้นก็ได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ตามความต้องการของผู้ใช้เรียกว่า คีย์บอร์ด AT และพัฒนามาเป็นรุ่น PS/2 โดยมีแป้นพิมพ์เพิ่มขึ้นอีก 17 แป้นพิมพ์รวมแล้วก็เป็น 101 แป้นพิมพ์

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C


แป้นพิมพ์ (Keyboard)

    แป้นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ด เป็นอุปกรณ์สำหรับนำเข้าข้อมูลขั้นพื้นฐาน ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์ โดยส่งคำสั่งหรือข้อมูลจากผู้ใช้ไปสู่หน่วยประมวลผลในระบบคอมพิวเตอร์ ภายในแป้นพิมพ์จะมีแผงวงจรหลักที่จะประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ที่ถูกฉาบด้วยหมึกที่เป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อถูกกดจนติดกันก็จะมีกระแสไฟฟ้าไหลในตัววงจร เมื่อผู้ใช้กดแป้นใดแป้นหนึ่ง ข้อมูลในรูปของสัญญาณไฟฟ้าจากแป้นกดแต่ละแป้นจะถูกเปรียบเทียบรหัส (Scan Code) กับรหัสมาตรฐานของแต่ละแป้นที่กด เพื่อเปลี่ยนให้เป็นตัวอักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ไปแสดงบนจอภาพ
การจัดวางตำแหน่งของตัวอักษรต่างๆ บนแป้นพิมพ์ ในส่วนของภาษาอังกฤษ แป้นพิมพ์โดยทั่วไปจะจัดแบบ QWERTY (ตั้งชื่อตามตัวอักษรบริเวณแถวบนด้านซ้าย) ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มใช้แบบ Dvorak โดยคิดว่าสามารถพิมพ์ได้เร็วกว่า เนื่องจากแป้นพิมพ์แบบ QWERTY จงใจออกแบบมาเพื่อไม่ให้พิมพ์ได้เร็วเกินไป ตั้งแต่สมัยของพิมพ์ดีดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งก้านตัวพิมพ์มักจะเกิดการขัดกันเมื่อผู้ใช้พิมพ์เร็วเกินไป ในส่วนของแป้นพิมพ์ภาษาไทยก็แบ่งออกได้ 2 แบบ เช่นกัน คือ
- แป้นพิมพ์ปัตตโชติ ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์รุ่นเดิม
- แป้นพิมพ์เกษมณี ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
แป้นพิมพ์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายแป้นพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ดีด โดยจะมีปุ่มตัวอักษร สัญลักษณ์ และอักขระต่างๆ ตามมาตรฐานสากล แต่มีแป้นกดที่ทำหน้าที่พิเศษเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีปุ่มต่างๆ ทั้งสิ้น 101 ปุ่ม แต่ปัจจุบันอาจเพิ่มปุ่มพิเศษมากขึ้นอีก เพื่อสนับสนุนการใช้งานกับโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ๆ

ที่มา : http://www.pccpl.ac.th/~tech/device_com.php


จุดกำเนิด QWERTY คืออะไร?

ผู้พัฒนาเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแรกจัดวางแป้นคีย์บอร์ดไว้ไม่ต่างไปจากคีย์เปียโน พิมพ์ดีดรุ่นแรกจะมีแป้นอยู่ราว 8 - 10 แถว ทั้งนี้เป็นเพราะตัวใหญ่จะต้องกดแป้น ต่างหาก (จนมีการประดิษฐ์แป้นยกแคร่ในภายหลัง)

การจัดแป้น มักจะเรียงลำดับตามตัวอักษร !

คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ผู้ผลิตพิมพ์ดีดออกจำหน่าย ในปี 1873 พบว่าการจัดเรียงแป้นตามลำดับตัวอักษร มักทำให้ก้านตัวพิมพ์ดีดติดซ้อนกัน เมื่อเครื่องพิมพ์ดีด อยู่ในมือนักพิมพ์ดีดฝีมือ

เยี่ยม เขานำความไปปรึกษาน้องชาย ครูสอนหนังสือ และได้หนทางแก้ไข คือ ตัวอักษรที่จะประสมเป็นคำที่ใช้บ่อย จะต้องแยกกันวางคนละฟาก ของแป้นคีย์บอร์ด

สองพี่น้องตระกูลโชลส์ วางแป้นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY (ตัวอักษรแถวที่ 3 จากล่าง นับจากซ้ายไปขวา) วัตถุประสงค์มีเพียงอย่างเดียวคือ ป้องกันการขัดซ้อนของก้านพิมพ์ ในยุคที่โชลส์ผลิตพิมพ์ดีดออกวางจำหน่าย นัก

พิมพ์ดีดที่ถือว่าเร็วที่สุด ก็ยังใช้นิ้วจิ้มเพียงสองนิ้ว…. และในยุคนั้นไม่มีผู้ใดคิดว่า การพิมพ์ดีดสัมผัส จะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

โชลส์รับฟังคำโต้แย้งของผู้บริโภค โชลส์ชูจุดขายว่า การจัดเรียงแป้นคีย์บอร์ด QWERTY เป็นการจัดเรียง ตามหลักวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ จะมีการเคลื่อนที่ของปลายนิ้วในระยะทางที่สั้นที่สุด เวลาผ่านมานานปี มีการพิสูจน์โดย

การจัดเรียงแป้นคีย์บอร์ด ให้ต่างไปจากแบบ QWERTY และมีการ พิสูจน์หักล้างได้ว่า คำกล่าวอ้างของโชลส์ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นนักพิมพ์ดีดส่วนใหญ่ ก็ยังเชื่อคำโฆษณาของโชลส์อยู่อย่างฝังใจ

ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า เครื่องพิมพ์ดีดอิเล็กทรอนิกส์และเวิร์ดโพรเซสเซอร์ การจัดเรียงแป้นคีย์บอร์ด แบบ QWERTY ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว นักประดิษฐ์เสนอ การจัดเรียงแป้นคีย์บอร์ดแบบอื่นๆ เช่น แป้นคีย์

บอร์ดแบบวอร์แรก (จัดเรียงแป้นเหย้าด้วย A, O, E, U, I, D, H, T, N, และ S) ซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นทุกขณะ (การจัดเรียงแบบ QWERTY ในภาษาไทยเป็นแบบเกษมณี อีกแบบที่ให้เลือกคือ ปัตตะโชติ) แต่ถึง

อย่างไร QWERTY ก็ใช้งาน มานานเกินศตวรรษแล้ว

นิสัยร้อยปี จะแก้ไขให้หายขาดด้วยตรรกะได้หรือ ?
จาก ไขปริศนาเพี้ยนในชีวิตประจำวัน / นพดล เวชสวัสดิ์ : แปล

ที่มา : http://www.phutta.com/blog/?cat=3

อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://en.wikipedia.org/wiki/QWERTY


QWERTY คืออะไร ?

        QWERTY เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของมาตรฐานคีย์บอร์ด ซึ่งมีให้เห็นทั่วไปบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์
แป้นพิมพ์ดีด ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ลองไปก้มไปที่ดูคีย์บอร์ดครับ หวังว่าเพื่อนๆจะใช้คีย์บอร์ดภาษาไทย
หรือภาษาอังกฤษก็คงไม่ผิดเพี้ยนอะไร เนื่องจากว่า รูปแบบคีย์บอร์ด (Keyboard Layout) มีอีกเยอะแยะ
เนื่องจากภาษาและรูปแบบของการพิมพ์ในแต่ละภาษาอาจจะไม่เหมือนกัน จึงมีมาตรฐานของคีย์บอร์ด
ที่แตกต่างกันได้ครับ

  

ความเป็นมาของ QWERTY

         QWERTY ถูกจดสิทธิบัตรโดย Christopher Sholes ในปี 1874 รูปแบบของ QWERTY นี้
มีให้เห็นครั้งแรกกับพิมพ์ดีด

 

ข้อสังเกตและเรื่องน่ารู้

  • ภาษาไทยมีพยัญชนะ 44 ตัว มีสระ 21 รูป ดังนั้นการจะบรรจุลงไปในคีย์บอร์ดแบบ QWERTY
    ทั้งหมดจึงเป็นไปไม่ได้ จึงได้มีการเพิ่มพยัญชนะที่ไม่ได้ใช้แล้วเช่น ฅ ไว้ในปุ่มพิเศษ ที่อยู่
    เดียวกันกับปุ่ม | , \ และ ฃ แทน ซึ่งปุ่มนี้อาจจะอยู่ข้างปุ่ม Blackspace หรือล่างปุ่ม Enter
  • เนื่องจากอักษรพิเศษทั้งหมดไม่สามารถถูกบรรจุได้ จึงได้มีการสร้างคีย์ลัดขึ้นมาในการ
    พิมพ์ตัวอักษรพิเศษลงไปในเอกสารได้ เช่น หากอยู่ใน Microsoft Word ก็สามารถกด
    Ctrl + ' จากนั้นกด e เพื่อให้เป็นตัวอักษร é ได้ รวมไปถึงการใช้ปุ่ม Alt ด้วย
  • บนแมค ให้ท่านลองกดปุ่ม Option + ตัวอักษรครับ ลองเล่นดูจะรู้ว่ามีอะไรให้กดอีกเยอะเลย
    เช่นµ ß å ç (แต่ลองไปพิมพ์ในพวก Pages , TextEdit ดูนะครับ)
  • จุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ สังเกตไหมว่า คำว่า"QWERTY" เป็นตัวอักษรที่เรียงกัน
    บนคีย์บอร์ดแถวที่ 2 (นับตั้งแต่ตัวเลขลงมา) อ่านจากซ้ายไปขวาจะเห็นคำว่า "QWERTY"
 
ขอบคุณภาพประกอบจาก Wikipedia : QWERTY

ที่มา :  http://framekung.exteen.com/20080930/qwerty


ข้อมูลเพิ่มเติม

คงจะรู้จักคำนี้กันแล้ว เพราะใช้อย่างแพร่หลายในการโฆษณาโทรศัพท์
ความตั้งใจแรก คืออยากจะจิกกัดนักการตลาดที่เอาQWERTY มาเล่นอย่างเดียว
แต่พอไปค้นเรื่อง Keyboard Layout กลับพอเรื่องที่น่าสนใจหลายอย่าง

ตายละวา อึดอัดใจมาก (ระหว่างเขียนไปหาข้อมูลไป)
สับสนครับ คือถ้าจะพูด Keyboard layout มันก็มาจากเครื่องพิมพ์ดีด Typewriter
แต่แล้วมันก็มาจาก ระบบการเรียงพิมพ์ และเริ่มต้นกันที่การเขียนนี่เอง


เอาเป็นเริ่มที่ พิมพ์ดีด ยุคที่ให้กำเนิด QWERTY กันดีกว่า
เครื่องพิมพ์ดีเกิดในยุคนักประดิษฐ์ คือช่วง ศตวรรษที่ 18
คือไม่มีใครเป็นคนประดิษฐ์คนแรก แต่ทุกคนก็พยามทำ เพื่อใช้หรือเพื่อขาย
เรียกว่าต่างคนก็ต่างมีรูปแบบของตัวเอง เช่น

Writing_ball_keyboard

Writing_ball_keyboard

แล้วก็มาเป็นแบบมีก้าน เรียกกันว่า Type Bar

Typewriter แบบ Typebar คือก้านตีลงไป

Typewriter แบบ Typebar คือก้านตีลงไป

แต่ก็ยังมีหลายค่าย หลายโรงงานผลิต ทำให้ การจัดวางก็ยังต่างกันไป
ที่สำคัญ เครื่องพิมพ์ดีดแบบก้าน ได้รับความนิยมเพราะจัดการกับการพิมพ์ในกระดาษได้ดี
แต่ก็มีปัญหาสำคัญก็คือ Typebars Clash

Typebars Clash

Typebars Clash

คือสภาพที่ก้านติดกัน ทำให้การพิมพ์ช้าลงไปด้วย
แล้วพระเอกของเราก็มา Christopher Sholes
เป็นผู้พัฒนา QWERTY ซึ่งใช้เวลา 6 ปีเพื่อที่จะลองผิดลองถูกทดสอบ
แล้วก็มาสรุปที่แบบนี้  ตรงนี้แหละครับที่ผมคิดว่าเป็นจุดสำคัญ
คือ ที่มันดีที่สุดคือ

“to reduce the frequency of typebar clashes”

ใช่แล้วครับ ลดการหยุดการพิมพ์เพราะปัญหาในแง่กลไก

และไม่ได้หมายความว่า มนุษย์จะพิมพ์เร็วที่สุดเมื่อใช้แบบนี้
ซึ่ง Layout แรกเป็นแบบนี้

QWERTY_1878

QWERTY_1878

 

และก็ยังมีการปรับเปลี่ยนต่อมาบ้าง

ตรงนี้เองที่อยากจะบอกว่า ถึงตอนนี้แล้ว คีย์บอร์ดในปัจจุบันไม่ได้มีปัญหาจากก้านอีกต่อไป
แต่เราก็เคยชินซะแล้วกับแบบนี้ แม้กระทั่งที่โทรศัพท์ที่ใช้นิ้วโป้งกด

มาดู คีย์บอร์ดไทย บางคนอาจไม่รู้ว่า การจัดวางแบบที่เราใช้อยู่เรียกว่า เกดมณี Kadmanee

thaiKADMANEE

thaiKADMANEE

คุณเกศมณี เป็นคนคิดขึ้นมา (มั่วอยู่ครับ) คือไม่รู้น่ะครับ
แต่มีอีก layout นึง ของคุณ ปาติโชต ซึ่งเคลมว่าคิดมาแล้วว่าจะทำให้พิมพ์ไทยเร็วที่สุด
(ผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอาจเป็นบนเงื่อนไขคือใช้พิมพ์ดีดอีกรึป่าว)

หน้าตาเป็นดังนี้

thaiPattachote

thaiPattachote

ซึ่งเราสามารถ add เข้ามาลองฝึกพิมพ์ได้ ในวินโดว์จะมีอยู่แล้ว

ของที่อื่นแปะให้ดูเล่นๆครับ










ที่มา : http://tousna.wordpress.com/2009/08/24/qwerty/


แป้นพิมพ์เกษมณี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

แป้นพิมพ์เกษมณี เป็นผังแป้นพิมพ์ภาษาไทย คิดค้นโดยคุณสุวรรณประเสริฐ เกษมณี ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อใช้กับเครื่องพิมพ์ดีด (ซึ่งไม่มี ฃ/ฅ) ไม่ใช่กับคอมพิวเตอร์โดยตรง โดยในตอนแรกผังแป้นพิมพ์นี้ถูกเรียกว่า "แบบมาตรฐาน" เนื่องจากเป็นผังแป้นพิมพ์แบบแรกๆ ที่ถูกใช้ ต่อมาได้ถูกเรียกว่า แป้นพิมพ์เกษมณีจากผู้ร่วมงาน เนื่องจากคุณสฤษดิ์ ปัตตะโชติได้นำเสนอผังแป้นพิมพ์แบบใหม่ ที่เรียกว่าแป้นพิมพ์ปัตตะโชติ

ปัจจุบัน แป้นพิมพ์เกษมณีถูกนำไปพัฒนาเป็นแป้นพิมพ์ของคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

ความคิดเห็น

  1. 1
    น้ำนิ่ง
    น้ำนิ่ง 30/01/2010 23:58

    ได้ประโยชน์คะ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*