สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

iPad คืออะไร?

iPad  คืออะไร?

        สวัสดีดดดด  เพื่อนนนนนน ชาว GooAB.Net ๕๕๕๕ เสียงอาจยานไปนิดเริ่มง่วงและวันๆนึงทำหลายอย่างเหลือเกิน แต่ก็ไม่หยุดหาข้อมูลดีๆ มาแบ่งปันเพื่อนกันครับ   รับลองว่า ชื่อนี้เพื่อนๆ ต้องไม่เคยได้ยิน กันมาก่อนแน่เราขอ เสนอเจ้า iPad สำหรับนักเลงไอทีหลายๆท่าน คงต้องเสียเงินกันอีกแล้วครับ ตอนแรกที่ผมเห็นเจ้าตัว iPad ผมนึกว่า iPhone ยักสะอีก๕๕ แต่เจ้าiPad ตัวนี้มีดีมากกว่าที่คุณคิด เพราะ นอกจากจะทำหน้าที่ เหมือน iPhone แล้ว ยัง สามารถทำงาน ได้ดีเหมือนกัน Macbook ด้วยซ้ำ มันจะดีแค่ไหนครับ ถ้าเราเอาทั้ง สองอย่างรวมเข้าด้วยกัน แต่ดูแล้วคงน่าจะอีกสัก หลายเดือนกว่าบ้านเราจะได้ใช้กัน รับรองเข้าเมืองไทยเมื่อไหร่ พี่ไทย เราจัดการ แหกคุก(Jailbrake : การแฮกระบบปฏิบัติการ)อีกเช่นเคย ยังไงก็ลองอ่านข้อมูลกันดูแล้วกันครับ ดูภาพกันเอาเองไม่รู้จะบรรยายยังไงจริง ๕๕๕ ให้น้ำลายไหลกันเล่นๆไปก่อน


แอปเปิลอาจไม่ใช้ชื่อ iSlate แต่ใช้ iPad แทน!!?

tags:

ดูเหมือนว่า iSlate อาจจะไม่ใช่ชื่อของ Tablet ใหม่ของแอปเปิลก็ได้ เมื่อ MacRumors รายงานว่าได้พบหลักฐานเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้า iPad ของแอปเปิล โดย "iPad" นี้นั้นได้ถูกยื่นจดทะเบียนไว้โดยแอปเปิลเมื่อประมาณกลางปีที่แล้วในประเทศแคนาดา ซึ่งใหม่กว่าเครื่องหมายทางการค้า iSlate ที่ถูกจดไว้ตั้งแต่ปี 2006-2007

นอกจากนี้แล้ว ชื่อเครื่องหมายทางการค้า iPad นี้ก็ยังได้ถูกยื่นจดทะเบียนในยุโรปและฮ่องกงอีกเช่นกัน แต่คราวนี้บริษัทที่ได้ทำการจดชื่อ iPad นั้นกลับเป็นบริษัทชื่อ IP Application Development LLC โดยบริษัทเดียวกันนี้ได้ทำการยื่นขอเครื่องหมายทางการค้า iPad ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้

แต่ในตอนนี้ ยังไม่มีใครมีหลักฐานที่จะสามารถยืนยันได้ว่า บริษัท IP Application Development LLC มีความเกี่ยวข้องกับแอปเปิลอย่างไร แต่หากมาดูเรื่องระยะเวลาในการยื่นขอเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทนี้ มันก็ไม่ยากที่เดาได้ว่าบริษัทนี้น่าจะเป็นนอมินีให้กับแอปเปิล คล้าย ๆ กับบริษัท Slate Computing LLC ที่แอปเปิลเคยใช้ในการจดชื่อ iSlate เมื่อปี 2007

ที่มา - MacRumors
ที่มา  : http://www.blognone.com/node/14731



iPad โฆษณาเกินจริงว่าเล่น Flash ได้?

tags:

ประเด็นที่เป็นความขัดแย้งใน iPad มากที่สุดคงไม่มีเรื่องไหนเกิน "ไม่มี Flash" นอกจากจะมีปฏิกริยาเป็นลบมาจากค่าย Adobe แล้ว ยังมีเรื่องโฆษณาเกินจริงอีกด้วย

ปัญหามีอยู่ว่าในวิดีโอและภาพโฆษณา iPad ที่แอปเปิลโปรโมทบนอินเทอร์เน็ต มีบางรูปที่แสดง Flash ได้ ซึ่งขัดกับข่าวที่บอกว่า iPad นั้นไม่รองรับ Flash (ทาง Adobe บอกว่าไม่ได้รับการติดต่อจากแอปเปิลในการนำ Flash ไปลง iPad) สาเหตุที่เป็นไปได้น่าจะเป็นความผิดพลาดของคนทำภาพและโฆษณาประกอบโฆษณา

จากปัญหานี้ ทำให้ Paul Threatt กราฟิกดีไซเนอร์คนหนึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง FTC (คณะกรรมการด้านพาณิชย์ของสหรัฐ) ว่าแอปเปิลโฆษณาเกินจริงแล้ว

ที่มา - ComputerWorld
ที่มา : http://www.blognone.com/node/14883


เปิดตัวแล้ว iPad แท็บเล็ตตัวใหม่จากแอปเปิล ราคาเริ่มต้นที่ $499

tags:

แอปเปิลเปิดตัวแท็บเล็ตตามคาด สรุปว่าใช้ชื่อ "iPad" ตามที่เก็งกันไว้ในช่วงแรกๆ (ก่อนที่ชื่อ iSlate จะเริ่มเป็นข่าว)

หน้าตาของมันคงหาคำอธิบายใดๆ ที่ดีกว่า "iPhone ยักษ์" ไม่ได้ สเปกเบื้องต้นมีดังนี้

  • หน้าจอ 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768
  • ความหนา 0.5 นิ้ว
  • หนัก 1.5 ปอนด์ (0.7 กิโลกรัม)
  • ใช้ซีพียูของแอปเปิลเองชื่อ Apple A4 ความเร็ว 1GHz (PA Semi!?)
  • หน่วยความจำภายใน 16-64GB
  • Wi-Fi N, ต่อเน็ตผ่าน 3G ได้
  • อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ครบครัน GPS, Accelerometer
  • ทำงานต่อเนื่องได้ 10 ชั่วโมง!

สเปกแบบเต็มๆ ดูได้จาก Apple iPad

สำหรับโปรแกรมที่มากับเครื่อง สิ่งที่สตีฟ จ็อบส์ เดโมให้ดูบนเวทีคือ

  • ท่องเว็บด้วย Mobile Safari (ที่จอใหญ่กว่า iPhone แสดงผลเว็บเพจได้เต็มตากว่า แต่ยังไม่มี Flash เหมือนเดิม :P)
  • โปรแกรมอีเมลแบบ 2 คอลัมน์ แสดงรายการเมล และเนื้อเมลได้พร้อมๆ กัน
  • โปรแกรมดูรูปภาพที่เชื่อมต่อกับ iPhoto ได้ แสดงภาพบนแผนที่ Google Maps ได้
  • iTunes บนนี้หน้าตาจะกึ่งๆ ระหว่างเวอร์ชันบนเดสก์ท็อปกับบน iPhone แน่นอนว่ามี iTunes Store ในตัว
  • Google Maps พร้อม Street View, ดูวิดีโอ HD จาก YouTube, ซื้อหนังผ่านเน็ตได้

สำหรับโปรแกรมจากนักพัฒนาภายนอก

  • แอปเปิลบอกว่า หน้าจอจะใหญ่เป็น 4 เท่าของ iPhone (หรือ 2 เท่าถ้าวัดตามความยาว) เอาโปรแกรมเดิมบน iPhone มาขยายแล้วใช้ได้ทันที (แต่ตัวหนังสือจะใหญ่แปลกๆ ไปนิด สุดท้ายแล้วคงต้องรองรับหน้าจอ 2 แบบอยู่ดี?)
  • โปรแกรมที่จ่ายเงินซื้อบน iPhone ไปแล้ว ใช้ได้บน iPad เลยไม่ต้องซื้อใหม่
  • การพัฒนาโปรแกรมใช้ iPhone SDK รุ่นใหม่ที่ออกวันนี้ได้เลย
  • iPad จะมีหน้าเฉพาะบน App Store แสดงโปรแกรมที่เขียนมาเฉพาะ iPad ให้เห็นชัดๆ นอกจากโปรแกรมที่มีอยู่แล้วสำหรับ iPhone

ที่ผมว่าน่าสนใจคือโปรแกรมของหนังสือพิมพ์ The New York Times ที่คล้ายกับเวอร์ชันบน iPhone แต่พอจอมันใหญ่แล้วดูดีขึ้นมาก เริ่มให้อารมณ์เหมือนกระดาษจริง แต่เหนือกว่าตรงที่เล่นภาพและวิดีโอได้ในตัว (ยังกะหนังสือพิมพ์ใน Harry Potter)

โปรแกรมอื่นๆ ที่เดโมได้แก่ เกมจาก Gameloft และ EA, โปรแกรมวาดภาพ Brushes ซึ่งพอมีจอใหญ่แล้วเหมือนกระดาษวาดภาพจริงๆ

ของเด็ดอยู่สุดท้ายเช่นเดิมครับ iBooks ร้านขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของแอปเปิลเอง ชนกับ Kindle ของ Amazon ตรงๆ เปิดตัวพร้อมกับสำนักพิมพ์รายใหญ่ 5 รายเป็นพันธมิตร

หน้าตาของร้านขายหนังสือเหมือนกับซื้อหนัง-เพลงบน iTunes Store มาก ไม่แน่ใจว่าใช้นอก iPad ได้หรือไม่ ตัวหนังสือใช้ฟอร์แมต ePub มาตรฐาน อันนี้ผิดวิสัยแอปเปิลอย่างแรง แต่ก็เป็นประโยชน์กับผู้ใช้แน่ๆ

ของเด็ดอย่างที่สอง iWork พร้อม UI ใหม่ที่ปรับแต่งมาสำหรับจอสัมผัสโดยเฉพาะ จากภาพข้างล่างเรียงลำดับ Pages, Keynote, Numbers

การสั่งงานจะคลิกที่วัตถุแล้วมีเมนูแบบ pop-up ขึ้นมาให้เลือก เราจะเห็นเมนูอันนี้เกือบทุกที่ใน iPad น่าสนใจว่าจะเอากลับมายัดลง iPhone ได้ไหม

iWork ไม่ฟรี ขายแยกเป็นโปรแกรม โปรแกรมละ 9.99 ดอลลาร์

สำหรับการพิมพ์บน iPad ต้องใช้คีย์บอร์ดบนหน้าจอ จากเดโม Phil Schiller จะต้องพลิกเครื่องมาเป็นแนวนอนเพื่อพิมพ์ (ผมยังจินตนาการไม่ค่อยออกว่ามันจะพิมพ์ง่ายจริงๆ เหรอ) ส่วนกรณีของ Numbers ถ้าแก้ไขตัวเลข จะเจอ Numpad แทนคีย์บอร์ดเต็ม

ท่าพิมพ์บนตัก นายแบบโดย Jonathan Ive หัวหน้าทีมออกแบบของแอปเปิล

  • iPad ต่อเชื่อมกับ iTunes ผ่านสาย USB ได้เช่นเดียวกับ iPhone/iPod
  • การต่อเน็ตผ่าน 3G ในสหรัฐจะใช้เครือข่าย AT&T เช่นเดิม คิดค่าบริการเดือนละ 14.99 ดอลลาร์ (250 MB) หรือ 29.99 ดอลลาร์ (ไม่จำกัด) ที่สำคัญไม่ติดสัญญา ยกเลิกเมื่อไรก็ได้
  • ช่องเสียบ SIM ต้องใช้ซิมแบบใหม่ micro SIM
  • iPad รุ่น 3G จะไม่ล็อคเครื่อง อันล็อคมาให้ตั้งแต่ต้น!!!
  • แอปเปิลคาดว่าจะทำสัญญากับเครือข่ายมือถือนอกสหรัฐ ได้ประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

ราคา

  • รุ่นถูกสุด 499 ดอลลาร์! (17,000 บาท) ความจำ 16GB ไม่มี 3G ต่อ Wi-Fi เท่านั้น
  • รุ่น 32GB ไม่มี 3G - 599 ดอลลาร์
  • รุ่น 64GB ไม่มี 3G - 699 ดอลลาร์
  • รุ่น 16GB มี 3G - 629 ดอลลาร์ (21,000 บาท)
  • รุ่น 32GB มี 3G - 729 ดอลลาร์
  • รุ่นท็อป 64GB มี 3G - 829 ดอลลาร์ (28,000 บาท)

รุ่นไม่มี 3G จะวางขายทั่วโลกภายในอีก 60 วัน ส่วนรุ่นมี 3G รออีก 90 วัน

อุปกรณ์เสริมที่โชว์คือ Keyboard + Dock

ข้อมูลอื่นๆ

  • เข้าใจว่าไม่มีกล้องนะครับ (รอรุ่นหน้าเหมือนเคย)
  • ไม่มี USB มีเฉพาะพอร์ตพิเศษของแอปเปิล Dock connector ซึ่งตัวสายจะต่อกับ USB ฝั่งคอมพิวเตอร์ได้
  • ไม่มีช่องเสียบ SD หรือหน่วยความจำภายนอก อยากต่อกล้อง ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม ที่แปลง Dock connector เป็น SD หรือ USB
  • ไม่มีฟังก์ชันโทรศัพท์
  • มีไมโครโฟนในตัว อย่างน้อยคุยผ่าน Skype ได้?
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm
  • แอปเปิลไม่ได้พูดถึงมัลติทาสกิ้ง และไม่มีเรื่อง notification ระหว่างโปรแกรมด้วยเช่นกัน (อาจจะมี)

ปิดท้ายด้วยวิสัยทัศน์ของสตีฟ จ็อบส์ เล่าเรื่องด้วยภาพน่าจะเข้าใจง่ายที่สุด

สรุปความจาก Engadget และ Gizmodo ภาพประกอบจากสองแหล่งนี้ครับ

บทวิเคราะห์ (เบื้องต้น)

  • iPad เป็นสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง iPhone กับโน้ตบุ๊กปกติ จากหน้าจอของโปรแกรมทั้งหมด จะเห็นว่ามันมีฟีเจอร์มากกว่าเวอร์ชันบนมือถือ แต่ไม่เท่าเวอร์ชันเดสก์ท็อป ซึ่งแน่นอนว่าจับตลาดผู้ใช้ที่ไม่ต้องการฟีเจอร์มากมายนัก โดยยอมแลกกับความสะดวกในการพกพา
  • แต่ยุทธศาสตร์นี้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า เอาเข้าจริงแล้ว เราจะพกอะไร? โทรศัพท์ต้องพกกันอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์อีกชิ้นควรเป็น iPad หรือโน้ตบุ๊กกันแน่? ถ้าเกิดใช้ๆ ไปแล้ว iPad ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จะต้องพกโน้ตบุ๊กติดตัวอีกเครื่องด้วยไหม? หรือว่า iPad จะเป็น "อุปกรณ์ชิ้นที่สาม" เอาไว้นอนอ่านเล่นๆ บนเตียงที่บ้าน ยามที่ไม่ได้ทำงานอะไรหนักๆ โหดๆ เท่านั้น อันนี้แอปเปิลคงมีคำตอบอยู่แล้ว
  • เรื่องโปรแกรม ผมคิดว่าเป็นไปได้ยากที่จะเอาโปรแกรมบน iPhone มารันแบบขยายหน้าจอได้โดยตรง (แม้ว่าจะทำได้ แต่ในทางปฏิบัติคงไม่เหมาะนัก) แปลว่าสุดท้ายแอปเปิลจะมีแพลตฟอร์มถึง 3 ระดับ (แม้จะแชร์โค้ดกันเยอะพอสมควร) สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ fragmentation ของนักพัฒนา (คำถามจำพวกว่า เราจะเขียนโปรแกรมลงเครื่องไหนดี?) อันนี้ผมก็เชื่อว่า แอปเปิลเตรียมคิดมาแล้ว รอดูกันต่อไป
  • ฟีเจอร์ที่ผมสนใจคือ iBooks ในแง่เทคโนโลยีคงไม่มีอะไรต่างจาก Kindle แต่จุดชี้วัดความสำเร็จคือ แอปเปิลจะอาศัย iTunes Store ของตัวเองที่ติดตลาดไปแล้ว ขายหนังสือได้ดีแค่ไหน (โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งกับ Kindle)
  • ฟีเจอร์อีกอันที่สำคัญคือ iWork ซึ่งไม่รู้ว่าเอาจริงแล้วจะเวิร์คแค่ไหน โดยเฉพาะการพิมพ์เอกสารที่ต้องอาศัยคีย์บอร์ดบนหน้าจอ ถ้าทำได้ดี นี่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโปรแกรมตระกูลสำนักงานเลย
  • เนื่องจาก iPad ไม่มีฟังก์ชันโทรศัพท์ การทำงานร่วมกับ iPhone จะเป็นอย่างไร เช่น จัดตารางนัดใน iPad แล้วสั่งให้โทรออกด้วย iPhone ได้หรือไม่ ตอนนี้อาจจะยังไม่ได้ แต่พวกนี้เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ เดี๋ยวคงทำได้ในรุ่นถัดๆ ไปตามสไตล์
  • เรื่องราคาต้องนับว่าเป็นจุดขายที่สำคัญที่สุดของ iPad ครับ รุ่นล่างสุดถือว่าถูกมาก แต่ผมคิดว่าการใช้งานจริง อาจต้องมองที่รุ่น 3G มากกว่าหรือเปล่า (เพื่อการเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลา) การคำนวณราคารวมจึงต้องบวกค่าใช้บริการ 3G เข้าไปด้วย ผมว่ารุ่นน่าสนใจที่สุดคือ 16GB+3G ที่ 629 ดอลลาร์ครับ (ถ้าเป็นในสหรัฐนะ)
  • สุดท้ายเป็นเรื่องภาษาไทย จากข้อมูลบนหน้าเว็บของแอปเปิล ยังไม่มีคีย์บอร์ดภาษาไทย (เรื่องอ่านไม่น่าจะมีปัญหา?) แต่ด้วยขนาดของคีย์บอร์ดบนหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร จะยัดแป้นพิมพ์ภาษาไทยลงไปคงไม่ยากเท่าหน้าจอบนมือถือ มีที่ว่างพอสำหรับคีย์บอร์ดแบบ TIS-820 อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป



ที่มา : http://www.blognone.com/node/14827


 

รีวิว iPad Simulator 3.2

tags:

เห็นคุณ n3tr เขียนไว้แล้วในบทความ รีวิว iPhone SDK 3.2 Beta แต่พอดีผมเองก็เขียนไว้ในเวลาไล่เลี่ยกัน เท่่าที่อ่านก็มีหลายจุดที่สองข่าวมีไม่เหมือนกัน เลยขอโพสต์เป็นกระทู้เอาไว้เผื่อว่าใครสนใจครับ :)

แอปเปิลเปิดตัว iPad มาพร้อมๆ กับออก iPhone SDK 3.2 สำหรับนักพัฒนาโปรแกรมเมื่อคืนนี้ ซึ่งส่วนที่น่าสนใจสำหรับ SDK ตัวนี้ก็คือมันมี iPad Simulator, เอกสารทางเทคนิคเกี่ยวกับ iPad และข้อมูลที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง

ก่อนอื่นก็ต้องขอบอกว่า iPad Simulator ที่แอปเปิลให้มานั้น เป็นเวอร์ชันที่กั๊กมาก คือแทบจะไม่มีอะไรให้เล่นเลย ถ้าเทียบกับ iPhone Simulator จะมีโปรแกรมดูรูป มี Safari ให้ลองเล่น แต่พอมาเป็น iPad กลับเหลือแค่ 2 โปรแกรมคือ Contacts และ Setting (อันหลังไม่น่าจะนับเป็นโปรแกรมด้วยซ้ำ)

เรื่องน่ารู้ทั่วไปเกี่ยวกับ iPhone SDK 3.2 beta

 

  • ขนาดใหญ่มาก !! อยู่ที่ 2.32 GB
  • พอแตกออกมากินเนื้อที่ไปกว่า 5 GB
  • ใน Guideline แอปเปิลพยายามบอกว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง iPhone กับ iPad คือเรื่องขนาดหน้าจอเท่านั้น แต่ผมพบว่ามันมีมากกว่านั้นเยอะเลย

 

ตัวอย่าง iPhone Simulator จะเห็นว่ามีโปรแกรมให้เล่น 4 ตัวด้วยกัน

เมื่อเปลี่ยนโหมดมาเป็น iPad พบว่าหน้าจอมีขนาดใหญ่ขึ้นมากจนล้นจอ แต่ก็มีให้เราสามารถเลือก scale ขนาดให้เล็กลง 50% ได้

ในหน้า setting จะเห็นว่าการเลือกหน้าจอจะต่างจากไอโฟนพอสมควรโดยแทนที่จะเลือกไปทีละหน้า ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น แอปเปิลเลยออกแบบหย้สจอให้มี 2 panel ซ้ายกับขวา

หน้า about จะเห็นว่าเป็น iPhone OS เวอร์ชัน 3.2 (ยังไม่ได้ขึ้นเวอร์ชัน 4)
ส่วนการกลับไปเมนูก่อนหน้ายังคงไอคอนหัวมุมข้างบนซ้ายเหมือนเดิม

 

คีย์บอร์ดยังไม่มีภาษาไทยมาให้ เข้าใจว่าเพราะมันไม่เหมือนคีย์บอร์ดบนไอโฟนเลยไม่สามารถพอร์ตมาได้ตรงๆ (อนาคตน่าจะมี)

ส่วนของ Region มีภาษาไทยให้เลือก (เฮ)

พอเลือกแล้วก็จะเปลี่ยนรูปแบบวัน เวลา เป็นแบบไทย จะเห็นว่าแสดงผลภาษาไทยได้ไม่มีปัญหาใดๆ

ในส่วนเมนูของโปรแกรม Simulator จะมีให้เราเลือกใส่ command ต่างๆ ลงไปได้ ส่วนใหญ่จะเหมือนกับไอโฟน ทั้งหมุนซ้าย ขวา เขย่า กดปุ่ม home, lock

แต่ที่น่าสนใจคือมีปุ่มจำลองสถานะการณ์ว่าถ้ามีคนโทรเข้ามาจะเป็นอย่างไร (แปลว่า iPad ใช้โทรศัพท์ได้ ?)

เมื่อลองกดดูแล้วก็จะมีปุ่มสีเขียวๆ ขึ้นมาข้างบน เช่นเดียวกับในไอโฟน แสดงว่าแอปเปิลทำคำสั่งนี้รองรับการโทรศัพท์บน iPad ไว้แล้ว

 

มาดูโปรแกรม Contacts กันบ้าง ก็จะแบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วน ซ้าย ขวา เช่นเดียวกับ setting

ที่น่าสนใจคือพอลองกดไปที่ปุ่มรูปคน มีเมนูให้เลือกได้ว่าจะเอารูปจากเครื่องหรือจะถ่ายรูป (แปลว่าสามารถติดตั้งกล้องได้ หรืออาจจะมีรุ่นที่มีกล้องในตัว ?)

พอกดเข้าไปก็มีหน้าจอรองรับเวลาถ่ายรูปไว้แล้ว

ลองกดเข้าไปที่ปุ่ม add field ถ้่าเป็นบนไอโฟนจะเข้าไปหน้าใหม่ แล้วเลือก field ที่ต้องการ
แต่บน iPad จะเป็น popup ขึ้นมาแทนให้เลือก เป็นอีกส่วนที่ต่างกัน ถ้าจะเขียนโปรแกรมบน iPad

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือตัวคีย์บอร์ด ที่แอปเปิลบอกว่ามีขนาดเท่ากับคีย์บอร์ดปกติเลย

สั่งเกตุว่ามีความต่างกับในไอโฟนหลายจุดดังนี้

 

  • ปุ่ม shift มีทั้งซ้ายและขวา
  • ปุ่มที่เปลี่ยนโหมดตัวเลขกับตัวอักษรก็มีทั้งซ้ายและขวา
  • ปุ่มขวาล่างสุดเอาไว้ซ่อนตัวคีย์บอร์ด (แต่ถ้าจะมห้คีย์บอร์ดกลับมาใหม่ จะต้องคลิ๊กอีกครั้งนึงใน text field)
  • มีปุ่ม Undo มาให้ด้วยทางซ้ายล่าง (เยี่ยมมาก)

 

แต่ถ้าไม่ชอบปุ่ม undo ก็สามารถเขย่าเครื่องเพื่อให้มี action Undo ขึ้นมาได้เหมือนไอโฟน (เขย่าทั้งเครื่องคงตลกพิลึก)

ถ้าเข้าโหมด Lock เครื่องจะเป็นดังรูป ต้องสไลด์เพื่อเข้าหน้าหลัก

 

จากหน้าหลัีกถ้าเลื่อนไปทางซ้ายหนึ่งครั้งจะได้หน้า Spotlight สำหรับหาข้อมูล ซึ่งเท่าที่ลองใช้ดู ปรากฏว่าหา Contact ชื่อผมไม่เจอ -_-"

 

มาลองในส่วนของตัว SDK ที่ใช้เขียนโปรแกรมกันบ้าง ซึ่งก็มีข้อน่าสังเกตุดังนี้

 

  • ในขั้นตอนสร้างโปรแกรมจะมีให้เลือกเลยเ้ราจะทำโปรแกรมสำหรับ iPhone OS รึเปล่า ไม่ได้แยกว่าเป็น iPhone หรือ iPad
  • แต่ในส่วนของการสร้าง Interface นั้นจะต้องเลือกว่าจะใช้หน้าจอแบบ iPhone หรือ iPad
  • เพราะงั้นหมายความว่าในโปรแกรมตัวเดียวกันเราสามารถสร้างหน้าจอสองแบบเอาไว้ได้ แล้วเขียนโปรแกรมให้ดักเอาว่าตอนนี้เปิดบน iPhone หรือ iPad แต่ในทางปฏิบัติจริงอาจจะมีหลายคนที่เขียนโปรแกรมแยกไปเลยมากกว่า
  • ตัว controller , input , windows ต่างๆ ที่ให้มาเหมือนกับที่เคยมีมาบนไอโฟน ไม่ได้มีอะไรเพิ่มมาพิเศษ

 

ลองเอาตัว controller ต่างๆ มาแปะดูเล่นๆ จะเห็นว่าขนาดหน้าจอนั้นใหญ่เหลือเฟือ เอามาวางซ้อนกันได้
สำหรับคนที่เขียนโปรแกรมบนไอโฟนก็คงต้องเปลี่ยนรูปแบบการวางหน้าจอพอสมควร เพราะขนาดจอต่างออกไปเยอะเลย

ลองเขียนแล้วให้ทำงานดู โดยลองเลือกสร้างหน้าจอแบบไอโฟน พอสั่งทำงานบน iPad ก็จะได้หน้าจอเล็กๆ ขนาดเท่าไอโฟน แต่ก็มีปุ่มให้ขยายได้ทางขวาล่าง

พอกดขยายก็จะได้หน้าจอเต็มๆ ซึ่งต้องชมว่าแอปเปิลทำไว้ให้เราสามารถใช้โปรแกรมเดิมบนไอโฟน มาเล่นบน iPad ได้เลย

 

ถ้าเรากดที่ไอคอนแช่เอาไว้ ไอคอนโปรแกรมก็จะสั่นและสามารถเรียงลำดับ ลบ หรือย้ายไปหน้าใหม่ได้เหมือนไอโฟน

ขนาดของ dock ใส่ได้มากกว่าเดิม คือ 6 โปรแกรม (ผมว่าวางแบบนี้ดูเต็มและสวยกว่าที่แอปเปิลวางไว้แค่ 4 โปรแกรมในหน้าเว็บ มันดูโล่งมากๆ)

ข้อสรุปเพิ่มเติมจากเอกสารของแอปเปิล

 

  • Architecture ของ OS เหมือนกับไอโฟนทุกประการ
  • มีแค่บาง class หรือ method เท่านั้นที่เพิ่มขึ้นมาบน iPad (จะใช้ไม่ได้บนไอโฟน)
  • สามารถต่อออกไปจอข้างนอกได้
  • สามารถแชร์ไฟล์ได้ผ่านทาง share folder
  • ยังคงไม่มี multitasking

 

หวังว่าใน SDK เวอร์ชันหน้าคงจะมีอะไรให้เล่นมากกว่านี้ :P

 

ที่มา - รีวิว iPad Simulator 3.2


มาดู iPad รายละเอียดล่าสุด ข้อมูล ราคา พร้อม review จากผู้ใช้งาน ไอแพด

iPad หรือ ไอแพด คือคอมพิวเตอร์พกพาหน้าจอสัมผัสไร้คีย์บอร์ดล่าสุดที่ Apple ได้ทำการเปิดตัว สำหรับ ราคาของ iPad เริ่มที่ 499 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 17,000 บาท ส่วนกำหนดการการวางขาย iPad นอกประเทศอเมริกา คือเดือนมิถุนายน

หากใครอยากได้ iPad เร็วๆ ก็ต้องไปหาซื้อ iPad ตาม มาบุญครอง MBK, Pantip และ ฟอร์จูน ซึ่งน่าจะเอาเข้ามาให้สาวก Apple ที่มีกำลังซื้อระดับสูงได้ทดลองหามาเล่น สำหรับ iPad จะเหมาะกับคุณหรือไม่ จะเอา iPad มาทำอะไร ลองไปดูกัน

มาดู iPad รายละเอียดล่าสุด

ทำไมต้อง iPad

สตีฟ จ็อบส์ กล่าวถึง iPad ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถพกพาได้สะดวกกว่าคอมพิวเตอร์แล็บท็อป และมีความสามารถมากกว่าสมาร์ทโฟน การออกแบบ iPad นั้นทาง Apple ได้ ยึดโมเดลของ iPhone เป็นส่วนใหญ่

Specification ของ iPad

  • หน้าจอสัมผัสขนาด 9.7 นิ้ว
  • ความหนาตัวเครื่อง 0.5 นิ้ว
  • หน่วยความจำภายในเครื่อง 3 ขนาดได้แก่ 16GB 32GB และ 64GB
  • ผู้ใช้สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายข้อมูลไร้สาย Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมแบบไร้สายด้วยเทคโนโลยี Bluetooth
  • การันตีแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง
  • แถมสามารถเปิดเครื่องพร้อมใช้งานได้นาน 1 เดือนโดยไม่ต้องชาร์จไฟ

iPad รายละเอียดล่าสุด ข้อมูล ราคา

ราคาของ iPad

  • สำหรับ iPad รุ่นที่เป็น Wi-Fi อย่างเดียวจะจำหน่ายในราคา 499, 599 และ 699 เหรียญตามขนาดความจุ
  • แต่หากเป็น ipad รุ่นที่รองรับ 3G ด้วย จะมีราคา 629, 729 และ 829 เหรียญตามขนาดหน่วยความจำ

นั่นแปลว่าราคา iPad รุ่นที่แพงสุดคือ ราวๆ 28,000 บาท และแน่นอนเมื่อสินค้ากลุ่ม iPad เข้ามาที่ประเทศไทย ราคา iPad ในประเทศไทยต้องมีการปรับตัวอย่างแน่นอน จะกี่บาทนั้นต้องตาม Update กันต่อไป ทาง WitterNews.com จะนำความคืบหน้าเกี่ยวกับราคาของ iPad มาอัพเดตเป็นระยะๆ

วันและเวลาวางจำหน่าย iPad

หมายเหต (Promotion แต่ละ Package เฉพาะที่อเมริกาเท่านั้น) - ครั้งนี้ Apple ไม่ได้บังคับให้ลูกค้า iPad ใช้บริการข้อมูลกับค่ายโอเปอเรเตอร์รายเดียวแบบที่เคยทำกับไอโฟน แต่ Apple ก็ยังประกาศโปรโมชันของเอทีแอนด์ที (AT&T) ซึ่งมีราคาเริ่มที่ 14.99 เหรียญต่อเดือน (ราว 500 บาท) จำกัดการใช้งานข้อมูลที่ 250MB และแบบไม่อั้น 29.99 เหรียญ ทั้งหมดไม่กำหนดระยะเวลาสัญญา

วันและเวลาวางจำหน่าย iPad

iPad รุ่น 3G จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯเดือนเมษายนนี้ โดย Apple ยังไม่ยืนยันเกี่ยวกับวันวางขายที่ประเทศอื่นๆในขณะนี้

ซื้อ iPad มาบุญครอง MBK, Pantip และ ฟอร์จูน

จะซื้อ iPad ได้ที่ไหน

ถ้าเป้นที่อเมริกา หาซื้อไม่ลำบาก แต่หากอยากได้ ipad ในประเทศไทยก็ต้องแน่นอนว่าต้องเป้นของหิ้วตาม มาบุญครอง MBK, Pantip และ ฟอร์จูน ซึ่งในช่วงแรก บรรดาร้านใหญ่ๆหรือร้านที่มี Connection ที่ดีจะได้นำเข้ามาเปิดตลาด และ mark up ราคาขึ้นอย่างแน่นอน และมีอีกเรื่องที่ต้องระวังไว้คือ หากเสีย หรือต้องซ่อม iPad ก็จะเป็นเรื่องที่ดูน่าลำบากเพราะยังเป็นสินค้าตัวไหม่ 

จะซื้อ iPad ดีหรือไหม่ มาฟัง Review และบทวิเคราะห์กัน

Feature หรือลูกเล่นใน iPadเรื่องของ iPad นั้นมีการทำนายแตกต่างกันไป บางรายเชื่อว่า iPad คือดาวรุ่งในกลุ่ม laptop replacement ซึ่งเน้นกลุ่มที่ต้องการมองหาอุปกรณ์ใหม่มาแทนที่แล็บท็อปตัวเดิม เนื่องจาก Apple พัฒนา”โปรแกรมคีย์บอร์ด”มาให้ผู้ใช้สามารถกดพิมพ์บนหน้าจอ iPad ได้โดยตรง (ลักษณะเดียวกับการกดโปรแกรมแผงตัวเลขบนไอโฟนเพื่อโทรศัพท์หรือพิมพ์ข้อความ) ขณะที่บางรายเชื่อว่าฟีเจอร์ใน iPad ยังไม่เพียงพอต่อการครองใจผู้บริโภค ที่ยังต้องการฟีเจอร์ด้านเครือข่ายสังคมสูงมาก

Feature หรือลูกเล่นใน iPad

มาดูว่าคุณจะใช้ iPad ทำอะไรได้บ้าง

  • สามารถท่องเว็บบน iPad ด้วยเบราว์เซอร์ Safari
  • พิมพ์อีเมลด้วยโปรแกรมคีย์บอร์ดบนหน้าจอ
  • ชมอัลบั้มรูปภาพด้วยการใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอ
  • เข้าร้านจำหน่ายหนังสือออนไลน์ใหม่บนไอจูนส์ที่ใช้ชื่อร้านว่า ไอบุ๊กส์ (iBooks)
  • iPad มี Program ที่เอาไว้อ่านหนังสือคล้ายๆ kindle ของ Amazon ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการอ่านจากหน้ากระดาษ
  • เอา iPad มา sync กับ OS ของ Apple และวินโดวส์ (Windows) ของไมโครซอฟท์ได้ โดย ipad จะมาพร้อมซอฟต์แวร์ปฏิทินงาน แผนที่ และไอจูนส์เพื่อให้ iPad เป็นเครื่องเล่นเพลงเหมือนไอพ็อด

สามารถใช้โปรแกรมแอปพลิเคชันของ iPhone บน iPad ได้

สามารถใช้โปรแกรมแอปพลิเคชันของ iPhone บน iPad ได้

ทาง Apple ได้กล่าวว่าโปรแกรมแอปพลิเคชันที่นักพัฒนาสร้างมาเพื่อ iPhone นั้นสามารถทำงานบน iPad ได้ โดยงานนี้ Apple ได้เปิดให้นักพัฒนาดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่สำหรับสร้างโปรแกรมเพื่อใช้บนทั้งไอโฟนและ iPad ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกเต็มที่บนความหวังให้ผู้ใช้ iPad มีแอปพลิเคชันจำนวนมหาศาลให้เลือกใช้

ข่าวเปิดตัว iPad ทำหุ้น Apple พุ่ง

โปรแกรมอ่านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (New York Times) และเกมจากอีเอ (Electronic Arts) ถูกนำมาสาธิตผ่าน iPad บนเวทีอย่างน่าตื่นตา ท่ามกลางเสียงปรบมือของสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์จำนวนมาก แน่นอนว่า Apple สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้มากโข ส่งให้มูลค่าหุ้นของ Apple เพิ่มขึ้น 1% ทันทีหลังประกาศ ก่อนจะปิดที่ 207.98 เหรียญ

ที่มา : http://witternews.com/ipad-news-review-specification-price/


Apple iPad เปิดตัวแล้ว แต่ยังไม่มีภาษาไทย

tags:

ในที่สุด ผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่หลายคนรอคอยมานานก็เพิ่งได้รับการเปิดตัว

Apple iPad มีคุณสมบัติหลักๆ ดังนี้
- จอ Capacitive ขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024x768 พิกเซล
- หน่วยประมวลผล 1GHz ของ Apple เอง (A4 custom-designed)
- น้ำหนัก 680-730 กรัม
- หนา 1.34 ซม. (บางน่าชมมาก)
- มี Wi-Fi แบบ 802.11 a/b/g/n

คุณสมบัติอื่นๆ
- แบ่งออกเป็น 2 รุ่น (1) รุ่นมีเฉพาะ Wi-Fi (2) รุ่นมี Wi-Fi + 3G (รุ่น 3G ใช้ "MicroSIM" card)
- รุ่น 3G ใช้เทคโนโลยี UMTS/HSDPA (850, 1900, 2100 MHz) และ GSM/EDGE (850, 900,1800, 1900 MHz) ใช้ได้เพียงสำหรับข้อมูล (โทรศัพท์ไม่ได้)
- มี Bluetooth 2.1 + EDR
- ทั้งสองรุ่นมีความจุ 3 แบบ คือ 16GB, 32GB และ 64GB
- แบตเตอรี่อยู่ได้ 10 ชม. สำหรับการท่องเว็บผ่าน Wi-Fi, การดูวิดีโอ หรือฟังเพลง
- มีที่เสียบหูฟัง 3.5 มม. มีลำโพง และไมโครโฟนในตัว (แต่ไม่มีกล้อง)
- มีช่องเสียบ Dock connector เหมือน iPod และ iPhone
- มีตัวจับทิศทาง (Accelerometer) ทำให้ใช้แนวนอนและแนวตั้งได้
- มีตัววัดแสงเพื่อปรับความสว่างของหน้าจอ
- มีเข็มทิศดิจิตัล และมี A-GPS ในรุ่น 3G
- ซิงค์กับคอมพ์ได้เหมือน iPhone
- ในชุดจัดจำหน่ายมี iPad, สาย Dock Connector, ปลั๊กไฟ และคู่มือ

ซอฟท์แวร์
- ใช้โปรแกรม iPhone ได้ทันที โดยสามารถใช้ในขนาดเดิม หรือขยายพิกเซลเป็นสองเท่าได้
- มีโปรแกรมสำหรับ iPad โดยเฉพาะ
- โปรแกรมหลักๆ เหมือน iPhone แต่ปรับให้ดีขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น ผ่านโปรแกรม Safari, Mail, Photos, Youtube, iPod, iTunes, Notes, Maps, Calendar, Contacts, Spotlight Search และ App Store
- มี iBooks โปรแกรมใหม่สำหรับอ่านหนังสือผ่าน iPad พร้อม iBooks Store ขายหนังสือจากค่ายใหญ่
- มีคีย์บอร์ดเสมือน (หรือซื้ออุปกรณ์เสริมเป็นคีย์บอร์ดจริงได้)
- รับรองการอ่านเว็บ อีเมล์ เล่นเกมส์ และอ่านหนังสือ
- มี iWork รุ่นพิเศษ ประกอบด้วยโปรแกรม Keynote, Pages และ Numbers ต้องซื้อเพิ่มอีกโปรแกรมละ $9.99
- ดูวิดีโอเต็มจอ และ HD ได้

ภาษาไทย
- ตามรายการที่ Apple ประกาศในเว็บ ยังไม่มีภาษาไทยทั้งสำหรับการอ่านและเขียน (แต่เข้าใจว่าน่าจะใช้อ่านได้ทันทีถ้าลงฟอนต์ไทยได้)
- ภาษาที่สนับสนุน (English, French, German, Japanese, Dutch, Italian, Spanish, Simplified Chinese, Russian) ภาษาที่มีคีย์บอร์ดเสมือนสำหรับป้อนข้อมูล (English (US) English (UK), French (France, Canada), German, Japanese (QWERTY), Dutch, Flemish, Spanish, Italian, Simplified Chinese (Handwriting and Pinyin), Russian)

อุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจ
- คีย์บอร์ด (เสียบผ่าน Dock Connector จึงน่าจะใช้ได้แค่แนวตั้ง)
- กระเป๋า ใส่แล้วเปิดด้านหน้าได้เหมือนหนังสือ ใช้เป็นที่วางให้ด้านหลังสูงขึ้นได้
- Dock Connector

ราคามีดังนี้
- รุ่น Wi-Fi : 16GB $499, 32GB $599 และ 64GB $699
- รุ่น Wi-Fi + 3G : 16GB $629, 32GB $729 และ 64GB $829

วางจำหน่ายในอีก 30 วันสำหรับรุ่น Wi-Fi และอีก 90 วันสำหรับรุ่น 3G และจะวางจำหน่ายในราวเดือนมิถุนายนสำหรับต่างประเทศ (ไม่มีรายละเอียด)

ที่มา Apple
ที่มา : http://www.blognone.com/node/14828

ความคิดเห็น

  1. 1
    Toto
    Toto techmoblog@gmail.com 07/04/2010 01:45

    บทความ Ipad คืออะไร อีกอันนึงแบบเข้าใจง่ายๆครับ Wink

    http://www.techmoblog.com/?p=601

  2. 2
    ซีรี่ย์เกาหลี
  3. 3
    gclub
    gclub gffgfg@hotmail.com 28/08/2011 15:48



























     PR: 3  I: 3,540  L: 0  LD: 15,527  I: 1,540  Rank: 342384  Age: พฤษภาคม 6, 2551  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: yes  Rank: 8427106  Price: 0







































    Info  PR: 3  I: 3,540  L: 0  LD: 15,527  I: 1,540  Rank: 342384  Age: พฤษภาคม 6, 2551  I: 0  whois source Robo: no Sitemap: yes  Rank: 8427106  Price: 0 Density




  4. 4
    มาเล่นเกมกัน
    มาเล่นเกมกัน ilove_hear@hotmail.com 29/11/2011 16:21
    เจ๋งมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*