ติดตามข่าวสารง่ายๆ >>
led watch |สอนคอมพิวเตอร์ผู้สูงอายุ

http://www.gooab.net
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 บทความ

 ข่าวไอที

 สินค้าGooAB

 ถามปัญหาคอม

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

จดหมายข่าว

อีเมล์

ตะกร้าสินค้า

จำนวนสินค้า : 0 รายการ
ราคา :0 ฿

Webstats

Sponser link

WoW~WEB!

Edit Video ง่ายๆ ฟังก์ชันใหม่ ด้วย YouTube

MakeMeBabies เห็นหน้าลูกได้ตั้งแต่ยังไม่ตั้งครรภ์

เช็ค App อัพเดท ใหม่ๆง่ายๆที่เดียว

Weight Mirror อยากอ้วน อยากผอม ต้องลองปรับดูก่อน

วิธีทำAvatar หน้า ปลาไหล ที่กำลังฮิตบน Facebook

EasyHi สร้างการ์ดสุดเจ๋งให้กับเพื่อนๆ

รวมเกมส์ออนไลน์ สนุกสำหรับวัยมันส์ แก้เซงดีมาก

Kidopo เว็บไซต์ของคุณหนูๆ

download วีดีโอจาก youtube โดยไม่ต้องง้อโปรแกรมช่วย

Youtube สำหรับหนูน้อย !

ดูวีดีโอ HD เต็มตากว่ากับ YouTube XL

อยากเก็บไฟล์ แต่ไม่มีที่ไว้ นี้เลย MIN.US

อยากฟังเพลงออนไลค์ ให้เพลินต้องเว็บนี้เลย

Google+ คืออะไร

อยากรู้ไหม หน้าเรา เหมือนสุนัขพันธ์ไหน สำหรับคนรักสุนัขห้ามพลาด

มาเปิดโลกให้เต็มตากับภาพข่าวเต็มตา BigPicture

จดบันทึกประชุมออนไลน์ แล้วแชร์ผ่านอ Email ได้เลย สุดยอดด

มาแปลงข้อความ เป็นเสียงกันดีกว่า ง่ายๆไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

Social Network ตัวใหม่ คุณรู้จักไหม Linked in ช่วยหางานได้ !!!

คุณกำลังหา Font สวยๆอยู่รึเปล่า ?

ลอง แต่งหน้าทำผม ผ่านเว็บไซต์

มาทำรูปเป็นสไลด์ เก๋ ด้วย Picturetrail

ทำรูปสติกเกอร์ออนไลน์

ใส่กรอบรูปง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์

นางแบบ – นายแบบ นิตยสารในฝัน ใกล้แค่เอื้อม

จิตกร ออนไลน์

คุณจะหน้าตาอย่างไร ในอีก 20 ปี ข้างหน้า

เว็บรวบรวม ส.ค.ส. พระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

วางแผนการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย กับ iDream

เกมส์ จีบสาว บนYoutube ฝีมือเด็ก AU

แนะนำเว็บไซต์รายงานสภาพจราจรในกรุงเทพฯและเชียงใหม่

ตรวจสอบ สเปคคอมพิวเตอร์ สำหรับ นักเล่นเกมส์

มาลองสร้าง Flash Drive เป็นหุ่นยนต์

สอนทำผม แต่งหน้า สไตล์เกาหลี ง่ายมากๆ

อยากลองทำลายคอมพิวเตอร์ ที่บ้านไหม?

10 เว็บไซต์ความงามสุด cool ที่คุณผู้หญิงต้องคลิ้ก!

อยากโหลดเพลงจาก Youtube ให้เป็น mp3

วิธีแก้ไข้ ภาพถ่ายด้วย online tool

ออนเอ็ม บนเว็บ Online Windows Live Messenger

iGoogle คืออะไร?

มาดูเว็บที่คนทำไม่อยากให้ คลิก!!

ประกอบคอมบนเว็บ กันดีกว่า

อยากรู้ความรู้สึกของนางเอกเวลาโดนตบไหม

มาตรวจสอบอุปกรณ์ Kingston ดูว่าของแท้เปล่า

ทดสอบความเร็วเน็ต ต้องยกให้เค้าเลย

มาลองวาดรูปให้เต้นบนเว็บดู

ใจไม่กล้าจริง อย่าเข้ามาดูเลยดีกว่า

หยุดทำร้ายประเทศไทย

ทดสอบว่าคุณพิมพ์ภาษาอังกฤษเร็วแค่ไหน

มาแต่ง(ล้อ)รถบนเว็บกัน

เว็บแต่งปืนM4 สำหรับคนชอบBB gun

พี่ไก่เขาทำทุกอย่าง ตามที่สั่งจริงๆ

คณิตศาสตร์และการคำนวณต้องยกให้เค้า

แล้วการค้นหาสถานที่ต่างก็ไม่ใช้เรื่องยาก

มาเล่นเกมส์กีต้าร์บนเว็บกัน

ทำหน้าตัวเองให้เป็นการ์ตูน

เว็บแปลงไฟล์ภาพ.png เป็นไฟล์(.ico)

Download !

สิ้นสุดการรอคอย Firefox 8

โปรแกรมจัดการบัญชีรายรับ รายจ่าย ปี 2554

โปรแกรมวางแผนการใช้เงิน รายรับ รายจ่าย ปี 2554

โปรแกรมวางแผนการใช้เงิน

โปรแกรมจัดการบัญชีรายรับ รายจ่าย ปี 2553

ตกแต่งห้องอย่างมืออาชีพ ด้วย Sweet Home 3D

cFosSpeed 4.51 โปรแกรมเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต

ค้นหาและทดสอบ Wi-Fi รอบตัวคุณด้วย WirelessMon

WavePad โปรแกรมตัดเพลง MP3 เป็น Ringtone

โหลดคลิปง่ายๆ กับ YouTube Downloader 2.1

โปรแกรมวัดความร้อนซีพียูพร้อมความเร็วพัดลม

โปรแกรมแอบดู Webcam ของคนอื่น

Hiren BootCD 9.8 ซีดีซอฟแวร์สำหรับซ่อมคอมพ์

Orbit Downloader ดูดทุกอย่างบนเน็ต

Active Desktop Calendar ปฏิทินสวยๆ บนหน้าจอ

เปลี่ยนหน้าจอwindowsให้เป็นแบบ 3 มิติ

วอลเปเปอร์ HI-Def สุดสวย

Norton AntiVirus 2009 แอนตี้ไวรัสสุดเจ๋ง

ฆ่าไวรัส MSN ด้วย MSN Virus Cleaner

AVG Anti-Virus Free 8.0

IT Today

ซื้อ แอพบนมือถือ ระวัง จนไม่รู้ตัว

Risk on LINE

Gadget: 10 สุดยอดอุปกรณ์ไอทีแห่งปี

เผย 10โดเมน ที่มีราคาซื้อขายแพงที่สุดประจำปี 2011

ของขวัญ 3 อย่างที่ลูกหลานคุณอยากได้มากที่สุดช่วงปีใหม่นี้!

สื่อออนไลน์ควรถูกควบคุมหรือไม่?

Steve Jobs ได้รับการยกย่องจากนิตยสารทั้งมิตรและศัตรูพร้อมกันทั่วโลก! ::

56 ปี สตีฟ จ็อบส์ ชายผู้เป็นมากกว่าตำนาน

มารู้จักกับ Apple ให้มากกว่านี้

วิธีตรวจว่าแฟลชไดรฟ์ Kingston อันนี้เป็นของแท้ หรือของปลอม ภาค2

หมดยุคแล้วที่จะทำงาน 9 โมงเช้า 5 โมงเย็น !?

คนใช้ Android ขนหัวลุก เพราะปัญหาไวรัสแอบแฝง

Facebook VS Google+

iPhone เปลี่ยนโลกได้อย่างไร

ติด Facebook ผลกระทบหลายด้าน

ประมวลสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 53 และแนวโน้มสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 54

ห่วงเด็กปิดเทอม สนับสนุนให้ทำกิจกรรมดีดี

เกมส์คอมพิวเตอร์ กับ เกมชีวิต

เสริมทักษะชีวิตให้วัยรุ่น...วัยเสี่ยง...แชทรักออนไลน์

นั่งหน้าคอมพ์จนปวดคอ อย่านิ่งดูดาย

โรค Computer vision syndrome

วิธีการถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์

โรคปวดหลัง ถามหาคนเล่นคอม

5 เหตุการณ์เด่นไอทีไทยปี 52

ประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยี ปี 2553

เข้าใจเด็กไอที เสริมภูมิต้านทานภัยเทคโนโลยี

10 เทรนด์ไอทีปี 2010

วิีธีการป้องกันคลิปหลุดแบบได้ผล 100%

Tip Google

Tip Windows8

Tip Windows7

Tip Notebook

เลือกซื้อโน๊ตบุ๊คส์อย่างไรดี(CPU)?

ชาร์จแบตด้วยการพิมพ์

ด็อคกิ้งไร้สาย แปลงโน้ตบุ๊ก เป็น เดสก์ทอป

google chrome os คือ?

Windows Vista รุ่น 32 Bit และ 64 Bit แตกต่างอย่างไร

7 วิธี เพิ่มความเร็วง่ายๆให้แก่ Notebook สุดรัก (ตอนที่ 2)

7 วิธี เพิ่มความเร็วง่ายๆให้แก่ Notebook สุดรัก (ตอนที่ 1)

เพิ่มสัญญาณWireless !!สุดยอดมากๆ

ใครบอกเล่นคอมในรถไม่ได้?

มาล้าง Windows ให้สะอาดกันดีกว่า

ถึงเวลา Macbook ประหยัดไฟกัน

ใช้โน๊ตบุคให้ ประหยัดพลังงาน ภาค3

ใช้โน๊ตบุคให้ ประหยัดพลังงาน ภาค2

ใช้โน๊ตบุคให้ ประหยัดพลังงาน ภาค1

วิธีตรวจสอบโน้ตบุค ก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีเลือกดูโน้ตบุค ก่อนตัดสินใจซื้อ

5 ขั้นตอนทำความสะอาด Notebook

มาทำความสะอาดจอLCDกัน

Laptop Alarm :: ป้องกันขโมยโน้ตบุค

10 อุปกรณ์notebookที่น่าสนใจมาก

วิธีชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกต้อง

การเสียบปลั๊กอย่างถูกวิธี

วิธีง่ายๆยืดเวลาการใช้งาน

Tip Computer

25 รหัสผ่านบนเว็บที่คาดเดาง่ายที่สุด

การเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ด้วยกระป๋องเบียร์

รวมโปรแกรมดีๆ สำหรับ iPad

Wikipedia กับความเป็นจริง !!

มาแล้ว Wi-Fi 802.22 ไกลถึง 100 กม.

แท็บเล็ต ภาษาไทยเรียกว่าอะไร ?

เทียบนวัตกรรมจาก Microsoft และ Apple ตลอด 30 ปี

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสเปค PlayBook , iPad 2 , Touchpad , Android Tablet

มาดูความแตกต่างของ Tablet แต่ละรุ่นกัน คุณสมบัติต่างๆชัดๆ

แท็บเล็ต(Tablet) คืออะไร?

iPad Vs Android ซื้ออะไรดี?

วิธีการเลือกซื้อ MP3 Player

วิธีเลือกซื้อลำโพง (Speaker)

10 ข้อควรรู้ก่อนซื้อ การ์ดจอระดับเทพตัวโปรด

โปรมแกรมเช็ค Dead Pixel โหลดฟรี ใช้ง่ายสุดๆ

เสียง บีพ จาก Mainboard หมายความว่าอย่างไร ?

กู้ข้อมูล

7 วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

มาดูกัน กว่าจะเป็น CPU ทำจากอะไร

มาสร้าง QR Code กันเถอะ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ UPS

จะเลือกซื้อ UPS คิดว่ารู้จัดมันดีพอแล้วหรือยัง?

แปลงตัวรับสัญญาณ Wireless ให้เป็น Access Point

วิธีกู้ข้อมูลจาก harddisk ที่เสียแล้ว

ความเป็นมา ของอินเตอร์เน็ต(internet)

ความหมายของคอมพิวเตอร์

iPad คืออะไร?

QWERTY คืออะไรกัน?

วิธี ตรวจสอบ Ram Kingston

ระวัง Flash drive Kingston ปลอม!! ภาค1

X86 กับ X64 มันคือเลขอะไรกัน

XPphone มือถือตัวจริงของคนชอบ Windows XP

มือถือหาย ก็สามารถติดตามได้ด้วย GPS

Aircard คืออะไร ?

HSPA เทคโนโลยีไร้สายสำหรับอนาคต

ข้อเท็จจริงของการ (Overclock)

วิธีการต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือแบบง่ายๆ

PSP VS Ipod touch VS NDS Lite

QR Code คืออะไร?

สำหรับคนที่คิดจะซื้อ i Phone 3G

วิธีการขยายสัญญาณ True Wi-Fi

มารู้จักเสาWirelessกันดีกว่า

วิธีแก้ปัญหา Dead Pixels จอ LCD

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

วิธีเลือกซื้อการ์ดจอ

เล่นอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ

อาการคอมเสียยอดฮิต

Tip Virus

ระวังภัย Microsoft แจ้งเตือนช่องโหว่ 0-Day TIFF Codec ในโปรแกรม Microsoft Office (CVE-2013-3906)

รวมคำนิยามของ Virus, Worm, Spyware, Trojan, Malware ฉบับสมบูรณ์

ไวรัส แฮร์รี่ พอตเตอร์ Harry Potter ระวัง ฉกข้อมูล

Drive D เปิดไม่ได้ ทำอย่างไร

การปิด วิธีปิด autorun เพื่อป้องกันไวรัส

ใคร task manager หาย วันนี้มีวิธีแก้ง่ายๆมาฝากกัน

เตือนผู้ใช้ IE ปิด JavaScript โดนไวรัส

จุดอ่อน อย่ากด F1 ใน Windows XP

การตรวจสอบไวรัส (virus) และการป้องกันไวรัส เบื้องต้น

การทำงานของไวรัสคอมพิวเตอร์

ข้อมูลและบทวิจารณ์ bitdefender antivirus 2008

ข้อมูลและบทวิจารณ์ Kaspersky antivirus 2008

ความหมายของชื่อไวรัส mean of virus name

Top 10 antivirus 2009 (10 อันดับสุดยอดโปรแกรมป้องกันไวรัสปี 2009)

5 วิธี แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ Virus MSN

http://myspc.net/ ส่งไวรสมาอีกแว้ว

Surabaya Virus

ระวังหลอกลวงผ่านโทรศัพท์มือถือ

ระวังหลอกให้โอนเงิน

กด Ctrl+Alt +Del ดู Task Manager ไม่ได้

W32.MSN.Worm

Gooab.Net

วิธีเลือกซื้อลำโพง (Speaker)

วิธีเลือกซื้อลำโพง (Speaker)

วิธีเลือกซื้อลำโพง (Speaker)

ลำโพง (Speaker) ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายทอดพลังเสียงออกมาให้เราได้ยินกันได้ ซึ่งในปัจจุบันถือได้ว่า ลำโพง (Speaker) ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานและในชีวิตประจำวันของคนเราไปแล้ว ในการเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) ที่ถูกใจไว้ใช้งานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเหมือนกัน ดังนั้นจึงควรต้องศึกษาถึงรายละเอียดของ ลำโพง (Speaker) ให้ดีก่อนการเลือกซื้อ เพื่อที่จะทำให้คุณได้ ลำโพง (Speaker) ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆได้มีการพัฒนาขึ้นไปมากจากแต่ก่อน รวมไปถึง ลำโพง (Speaker) ที่มีไว้สำหรับต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ของเราด้วยที่ได้พัฒนามากขึ้นเช่นกัน ลำโพง (Speaker) สามารถให้ความบันเทิงสำหรับผู้ที่สนใจพลังเสียงอันไพเราะของ ลำโพง (Speaker) เหล่านี้ โดยใช้สำหรับในการชมภาพยนต์ที่ท่านชื่นชอบ ใช้ในการฟังเพลงโปรด ใช้ในการเล่นเกมต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้สำหรับในการฟังเพลงและดูหนังบนอินเตอร์เน็ต เป็นการเพิ่มอรรถรสในการฟังที่มากขึ้น สำหรับผู้ที่ซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งาน แน่ใจเหลือเกินว่าผู้ซื้อจำเป็นต้องหา ลำโพง (Speaker) สักตัวมาด้วยเป็นแน่แท้ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใช้งานที่บ้านและต้องการให้บ้านของท่านมีความครึกครื้นจากระบบเสียงนี้ ลำโพง (Speaker) มัลติมีเดียเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้และเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ ลำโพง (Speaker) คอมพิวเตอร์นั้นมีอยู่มากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เลือกใช้กัน แต่ละรุ่นก็มีเสียงที่แตกต่างกันออกไป เสียงดังกับเสียงดีนั้นเป็นเสียงที่คนละอย่างกัน เสียงดีย่อมประกอบไปด้วย เสียงที่มีความใส มีเสียงทุ้ม เสียงแหลม ออกมาอย่างครบถ้วน สามารถให้ความบันเทิงได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากเสียงดัง เพราะบางทีนั้น ลำโพง (Speaker) ที่ให้เสียงดังอย่างเดียวแต่ไม่สามารถให้เสียงที่ไพเราะได้ ก็ไม่ควรเลือกซื้อมาใช้กัน แต่ ลำโพง (Speaker) ที่มีคุณภาพนั้นต้องแลกกับการที่ต้องเพิ่มเงินในการซื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อแลกกับความรื่นรมย์ในการใช้คอมพิวเตอร์แล้วนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ลำโพง (Speaker) นี้สามารถที่จะทำให้คอมพิวเตอร์กลายเป็นชุดเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปได้ เป็นการเพิ่มบรรยากาศในการใช้งานที่มากขึ้น
ในการเลือกซื้อจึงต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ลำโพง (Speaker) แบบต่างๆให้เข้าใจก่อนว่าแต่ละรุ่นมีการใช้งานอย่างไร แล้วเหมาะกับความต้องการของท่านมากน้อยเพียงไหน ดังนั้น เราจึงต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆของ ลำโพง (Speaker) กันก่อนนะครับ เพื่อที่จะทำให้ท่านได้ ลำโพง (Speaker) ที่มีคุณภาพ และเหมาะกับการใช้งานของท่านมากที่สุด

ชนิดของ ลำโพง (Speaker)
เมื่อเราสังเกต ลำโพง (Speaker) ในอดีตที่ผ่านมา คุณลักษณะที่สำคัญของ ลำโพง (Speaker) ที่จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั้น ที่จะต้องมีก็คือ การที่มีคุณสมบัติในการป้องการสนามแม่เหล็ก (Magnetic Shield) เพื่อที่จะป้องกันสนามแม่เหล็กจาก ลำโพง (Speaker) ไปรบกวนการทำงานของจอมอนิเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การแสดงผลของมอนิเตอร์ผิดพลาดได้เช่นจอมอนิเตอร์มีสีที่ผิดปรกติเปลี่ยนไปจากเดิม และอาจทำให้มอนิเตอร์เสียหายได้ ส่วนทางด้านคุณภาพเสียง นั้นยังไม่เป็นที่สนใจมากนัก เนื่องจากตอนนั้น เสียงที่ต้องการจากคอมพิวเตอร์ มักจะมาจากการเล่นการฟังเพลงและการเล่นเกมเป็นหลัก ที่ในขณะนั้นคุณภาพเสียงที่ออกมา ยังมีคุณภาพไม่สูงมากนัก และการ์ดเสียงในขณะนั้น ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่ แต่คุณภาพไม่ได้สูงตามไปด้วย ลำโพง (Speaker) สมัยก่อนจะมีเพียง แบบ 2 ลำโพง (Speaker) เท่านั้น โดยถ้าแบ่งชนิดของ ลำโพง (Speaker) สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดก็คือ

       1.ขยายเสียงในตัว
       2.แบบที่ไม่มีวงจรขยายเสียง

สำหรับ ลำโพง (Speaker) ที่ไม่วงจรขยายเสียงในตัวนั้น ขนาดของกรวย ลำโพง (Speaker) ที่ใช้ ภายในตัว ลำโพง (Speaker) จะมีขนาดเล็กประมาณ 2 นิ้วเท่านั้น ลำโพง (Speaker) ชนิดนี้จะใช้ความสามารถของการ์ดเสียง ในการขยายเสียงออก ลำโพง (Speaker) การใช้ ลำโพง (Speaker) ประเภทนี้จึงต้องการการ์ดเสียง ที่มีวงจรขยายเสียงมาด้วย อย่างเช่นซาวนด์การ์ด Creative SB Vibra 128 เมื่อก่อนจะมีออปชันในการปรับเสียงต่างเบส ความดังของเสียง ไม่เช่นนั้นเสียงที่ออกมา จะไม่ดังเพียงพอต่อการรับฟังของคุณ คุณภาพเสียงที่ออกมาจะขึ้นอยู่กับการ์ดเสียงเป็นหลัก ลำโพง (Speaker) ชนิดนี้จะไม่มีปุ่มปรับเสียงใดๆ บนตัว ลำโพง (Speaker) โดยจะต้องปรับจากซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานของการ์ดเสียงบนวินโดว์โดยตรง ลำโพง (Speaker) อีกชนิดหนึ่งก็คือ ลำโพง (Speaker) ที่มีวงจรขยายเสียงภายในตัว บนตัว ลำโพง (Speaker) ก็จะปุ่มสำหรับปรับเสียงต่างๆ เช่น ปุ่ม Volume สำหรับปรับความดังของเสียง ปุ่ม Base สำหรับปรับระดับความดังของเสียงทุ้มและปุ่ม Treble สำหรับปรับระดับความดังของเสียงแหลม อันนี้แล้วแต่ว่าการออกแบบของ ลำโพง (Speaker) เหล่านี้เป็นอย่างไร



ส่วนประกอบของ ลำโพง (Speaker)

ลำโพง (Speaker) ที่เราเห็นอยู่ในท้องตลาดนั้น โดยส่วนใหญ่ ลำโพง (Speaker) จะอยู่ในรูปของตู้ ลำโพง (Speaker) ที่อาจจะทำจากไม้หรือพลาสติกที่มีความทนทาน ซึ่ง ลำโพง (Speaker) ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์โดยส่วนใหญ่จะมีตู้ ลำโพง (Speaker) ที่ทำขึ้นจากพลาสติก โดยภายในจะประกอบด้วย Driver หรือตัวดอก ลำโพง (Speaker) ซึ่งจะมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้กำเนิดเสียง ซึ่งได้แก่ Amplifier และ Crossover Network ซึ่งอุปกรณ์ภายในเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดหรือรูปแบบเสียงของ ลำโพง (Speaker) ที่ออกมา จำนวนดอก ลำโพง (Speaker) ที่ใช้ก็จะมีผลต่อความเป็นธรรมชาติของเสียงที่ออกมา ถ้ามีดอก ลำโพง (Speaker) หลายตัวก็จะทำให้เสียงที่ได้ครอบคลุมย่านความถี่ของเสียงได้มากกว่า ให้รายละเอียดของทุกชิ้นเครื่องดนตรีได้ดีกว่า ลำโพง (Speaker) แบบ 2 ทาง จะประกอบด้วย ลำโพง (Speaker) ของวูเฟอร์ และทวีตเตอร์ ในย่านความถี่เสียงกลางและเสียงต่ำจะถูกขับออกทางวูเฟอร์ ส่วนความถี่เสียงสูงก็จะถูกขับออกทางทวีตเตอร์ สำหรับ ลำโพง (Speaker) แบบ 3 ทาง ก็จะประกอบด้วย ซับวูเฟอร์, วูเฟอร์ และทวีตเตอร์ เสียงต่ำสุดก็จะถูกขับออกทางซับวูเฟอร์ เสียงกลางจะถูกขับออกทางวูเฟอร์ และเสียงแหลมก็จะถูกขับออกทางทวีตเตอร์

ลำโพง (Speaker) แบบหลายทางจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Crossover Network เป็นตัวแบ่งสัญญาณเสียงในแต่ละย่านออกจากกันและจ่ายไปให้ ลำโพง (Speaker) ที่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะเป็นสองทางหรือสามทางแล้วแต่ว่าเป็น ลำโพง (Speaker) แบบไหน นอกจากนี้ Crossover Network ยังทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุลของเสียงในแต่ละย่านความถี่ พร้อมทั้งมีระบบการป้องกันการทำงานที่เกินกำลังของ ลำโพง (Speaker) และการป้องกันระดับความถี่ของเสียงที่สูงเกินกว่า ลำโพง (Speaker) จะรับได้ เรามาดูรายละเอียดเกี่ยวกับ ลำโพง (Speaker) Tweeter , ลำโพง (Speaker) Woofer, และ ลำโพง (Speaker) Sub Woofer กัน

ลำโพง (Speaker) Tweeter  ทวีตเตอร์เป็น ลำโพง (Speaker) ที่ใช้สำหรับขับเสียงความถี่สูง โดยทั่วไปจะมีความถี่เกินจาก 1.5 KHz ขึ้นไป 
ลำโพง (Speaker) Woofer   ลำโพง (Speaker) วูเฟอร์จะใช้สำหรับขับเสียงความถี่ต่ำ คือในระดับความถี่ไม่เกิน 1.5 KHz เนื่องจากความถี่ต่ำมีความยาวของคลื่นค่อนข้างมาก ลำโพง (Speaker) วูเฟอร์จึงต้องมีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถขับอากาศได้เพียงพอสำหรับสร้างเสียงความถี่ต่ำ ยิ่งวูเฟอร์มีขนาดใหญ่เท่าใด กำลังในการขับและความดังของเสียงเบสก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น วูเฟอร์จะใช้ในการขับเสียงกลางและเสียงต่ำ
ลำโพง (Speaker) Sub Woofer  ซับวูเฟอร์เป็น ลำโพง (Speaker) ที่ใช้ขับเสียงความถี่ต่ำที่สุด คือในระดับความถี่ถึง 500 Hz ยิ่งขนาดของ ลำโพง (Speaker) ซับวูเฟอร์มีขนาดใหญ่มากเท่าใด พลังในการขับก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ในระบบ ลำโพง (Speaker) ที่มีซับวูเฟอร์จะให้เสียงในระดับความถี่ต่ำได้ดีเป็นพิเศษ
 
ลำโพง (Speaker) แบบต่างๆ

           ท่านหลายคนที่กำลังหา ลำโพง (Speaker) สักตัวไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ลำโพง (Speaker) แบบ 2.1, 4.1, 5.1,6.1,7.1 แชนแนล ท่านรู้ไหมว่า ลำโพง (Speaker) แบบต่างๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร            เราจะมาไขความสงสัยนี้ให้นะครับ ก่อนอื่นท่านต้องทำความเข้าใจกับคำเหล่านี้ก่อนนะครับ

Mono (1 channel )


คำว่า MONO นี้มีความหมายว่าอะไร หลายคนคงจะเคยเห็น วิทยุที่มี ลำโพง (Speaker) เดียว หรือ gramophone เช่น วิทยุสมัยก่อนครับ หลักการของ Mono คือส่งสัญญานเสียงออกมาที่ ลำโพง (Speaker) ตัวหลัง และตัวเดียว โดยที่ Mono นี้ไม่มี มโนภาพของเสียง อีกความหมายหนึ่งคือ เราไม่สามารถบอกได้ว่า เสียงนี้มาจากตำแหน่งไหน และมาจากที่ใด Mono นั้นจะไม่เหมือนกับพวก stereo และ multi-speaker อื่นๆ หากเราเอา ลำโพง (Speaker) Mono ไปเล่นกับเครื่องเสียงที่เป็น stereo เสียงที่ออกมาก็ยังเป็น Mono อยู่ดี แต่เสียงจะออกมาจาก ลำโพง (Speaker) 2 ลำโพง (Speaker) แต่เสียงที่เราได้รับทั้ง 2 ลำโพง (Speaker) จะเป็นเสียงๆเดียวกัน เหมือนกันทั้ง 2 ลำโพง (Speaker) เหมือนว่าเสียงนั้นมาจากที่เดียวกัน



หลักการของเสียง Mono ที่เล่นกับ เครื่องเล่น Stereo



Stereo (2 channel )

เสียงแบบ Stereo นี้จะมีความแตกต่างจาก Mono มากพอสมควรทีเดียว โดยในการจัดวาง ลำโพง (Speaker) นั้นจะต้องจัดวาง ลำโพง (Speaker) ทั้ง 2 ตัว โดยที่ตัวหนึ่งอยู่ทางซ้าย และอีกตัวหนึ่งอยู่ทางขวาของผู้ฟัง โดยเสียงแบบ Stereo นี้เราจะสามารถบอกสถานที่ของตำแหน่งของเสียงได้ ซึ่งต่างจาก ลำโพง (Speaker) แบบ Mono เช่น เมื่อเราเปิดเพลง เพลงที่เราได้ยินกันนี้ อาจจะได้ยินเสียงของกลอง อาจจะอยู่ตรงกลาง เสียงกีต้าร์อยู่ด้านขวาของ ลำโพง (Speaker) เสียงเปียโนอยู่ทางด้านซ้ายของ ลำโพง (Speaker) และเสียงนักร้องจะ อยู่ตรงกลาง ทำให้เสียงที่ได้นั้นมีความไพเราะมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็น ลำโพง (Speaker) ที่ดีกว่า ลำโพง (Speaker) แบบแรก



หลักการของเสียงแบบ stereo



Speaker 2.1 channel

ลำโพง (Speaker) แบบ 2.1 แชนแนลนี้เป็น ลำโพง (Speaker) ที่ได้มีการพัฒนามาจาก ลำโพง (Speaker) แบบ 2 แชนแนล คือจะมีการเพิ่ม ลำโพง (Speaker) ซับวูเฟอร์เข้ามาอีกตัว ซึ่งสามารถเพิ่มพลังเสียงเบสขึ้นมา ทำให้มีเสียงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน ลำโพง (Speaker) แบบนี้เป็น ลำโพง (Speaker) ที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็น ลำโพง (Speaker) ที่มีราคาไม่แพงมากนัก และสามารถให้เสียงที่ดี สามารถติดตั้งได้ง่าย

ตัวอย่าง ลำโพง (Speaker) แบบ 2.1 แชนแนล 
4 Point Surround ( 4.1 channel)
โดย ลำโพง (Speaker) แบบนี้จะประกอบไปด้วย ลำโพง (Speaker) มากถึง 4 ตัว และ subwoofer อีก 1 ตัว เรียกอีกอย่างว่าเป็น ลำโพง (Speaker) แบบ 4.1 ซึ่ง ลำโพง (Speaker) แบบนี้ต้องใช้คู่กับซาวนด์การ์ดที่เป็นแบบ 4.1 ด้วย ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันมากในปัจจุบันนี้ โดย ลำโพง (Speaker) 4 ตัวนี้จะจัดอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันคือ หน้าซ้าย,หน้าขวา,หลังซ้าย,หลังขวา และ subwoofer โดยที่ ลำโพง (Speaker) Subwoofer นี้จะไม่นับเป็น ลำโพง (Speaker) ที่ 5 เพราะเป็น ลำโพง (Speaker) ที่มีความถี่ต่ำ เขาจึงนับแค่ .1 โดย แต่ล่ะ ลำโพง (Speaker) ของ 4 Point Surround จะออกเสียงที่แต่ต่างกัน โดยแต่ล่ะตัวมีหน้าที่แตกต่างกันและมีสัญญาณเป็น ของตัวเอง ยกเว้น Subwoofer ที่ต้องอาศัยความถี่ของ ลำโพง (Speaker) ทั้ง 4 ตัว ในการออกเสียงแทน



หลักการของ ลำโพง (Speaker) แบบ 4.1



Destop Theater 5.1 (6 channel)

โดย ลำโพง (Speaker) แบบ 5.1 นี้จะใหญ่กว่า ลำโพง (Speaker) แบบ 4.1 ขึ้นมาอีกหน่อย ที่แตกต่างก็คือ จะเพื่มช่องสัญญาณ ขึ้นมาอีก 2 Channel ให้กับ ลำโพง (Speaker) ตัวกลางที่เพื่มเข้ามาและ subwoofer โดยแบบ 5.1 นี้ Subwoofer จะมีช่อง Channel เป็นของตัวเองแล้ว แต่ก็ยังนับเป็น x.1 อยู่ดีเพราะความถี่ของ Subwoofer นั้นมีความถี่ต่ำเกินกว่าที่จะนับเป็บ 1.0 โดย ลำโพง (Speaker) แบบนี้จะ support Dolby Digital และ DTS (Digital Theater Systems) Surround systems โดยเราจะพบเห็นได้ในโรงหนังทั่วไป แต่หากระบบนี้มาอยู่ที่จอทีวีบ้านคุณหรือหน้าคอมพิวเตอร์จะเรียกว่า Destop Theater 5.1 นั้นเองครับ



หลักการของ ลำโพง (Speaker) แบบ 5.1



Speaker 6.1 channel

โดย ลำโพง (Speaker) แบบ 6.1 นี้ ก็จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า ลำโพง (Speaker) แบบ 5.1 ที่บอกมาข้างต้น มีช่องสัญญาณที่เพิ่มเข้ามาอีก ลำโพง (Speaker) แต่ละตัวจะมีการจัดวางที่แตกต่างกัน แล้วการให้เสียงก็มีความแตกต่างกันด้วย ลำโพง (Speaker) แบบนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในตอนนี้ สามารถให้เสียงที่ไพเราะ มีคุณภาพเสียงที่ดี ทำให้บ้านของท่านกลายเป็นสถานบันเทิงย่อมๆได้เลย ลำโพง (Speaker) แบบ 6.1 ที่มีขณะนี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่น อย่างเช่นของ Creative คือ Creative Inspire 6600



ตัวอย่าง ลำโพง (Speaker) แบบ 6.1 ของ Creative inpire 6600



Destop Theater 7.1 (8 channel)

ลำโพง (Speaker) แบบนี้เป็น ลำโพง (Speaker) ที่หรูที่สุดในบรรดา ลำโพง (Speaker) ที่บอกมาข้างต้นและกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ แต่ยังมีให้เห็นไม่มากนัก มีความแตกต่างจาก 5.1 ก็คือจะเพิ่ม ลำโพง (Speaker) ตรง กลางซ้าย, กลางขวา มาอีก 2 ตัว โดยโหมดนี้ ต้องใช้ควบคู่ไปกับซาวนด์การ์ดที่เป็นแบบ 7.1ซึ่งซาวนด์การ์ดแบบ 7.1 แชนแนลนี้ในท้องตลาดของเราเริ่มจะมีให้เห็นกันมากขึ้นแล้ว เช่น ซาวนด์การ์ดในตระกูล Creative SB Audigy 2 ZS หรือ Creative SB Audigy 2 NX ระบบ ลำโพง (Speaker) ดังกล่าวที่บอกนั้นจะมีให้เห็นแต่ ในโรงหนังหรูๆ และ Home Theater ราคาแพงครับ โดยหวังว่า Creative เจ้าพ่อวงการซาวนด์การ์ดจะทำการผลิตซาวนด์การ์ดแบบ 7.1 ออกมาเร็วๆนะครับ



หลักการของ ลำโพง (Speaker) แบบ 7.1



การเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง (How To Buy)

เมื่อทำความรู้จักกับประเภทของ ลำโพง (Speaker) ที่ได้บอกมาแล้ว มาถึงตอนที่ต้องการจะซื้อแล้ว การไปเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) ให้ตระหนักไว้ว่า การเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) กับเหมือนกับการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆอย่างเช่น จอภาพ เมาส์ คีย์บอร์ด นั้นคืออุปกรณ์ดังกล่าวอัพเกรดไม่ได้ นอกจากทิ้งและซื้อใหม่สถานเดียว การเลือก ลำโพง (Speaker) จึงต้องการความประณีต ต้องการการทดสอบก่อนใช้งาน ต้องการการทดสอบฟังเสียง เพราะบางทีอาจได้ ลำโพง (Speaker) ที่ไม่ถูกใจ เช่นต้องการเสียงปืนใหญ่ ออกมากลายเป็นเสียงปืนแก๊ป หรือเสียงรถแข่งกลายเป็นเสียงที่ฟังไม่ออกว่าเป็นรถแข่ง ดังนั้นประการแรกเลยก็คือ ทดสอบฟังเสียง ยิ่งถ้าได้ทดสอบกับระบบที่ใช้การ์ดเสียงตัวเดียวกับที่เราเป็นเจ้าของอยู่ก็จะดีมาก เพราะจะได้ทดสอบเพิ่มเติมว่าเสียงที่ได้นั้น ดังที่สุดเท่าใด และเบาที่สุดขนาดไหน



ทดสอบ ลำโพง (Speaker) ก่อนการเลือกซื้อ

การเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) นั้น เครื่องมือในการทดสอบพลังเสียงที่ดีทีสุดคือ หูของเราเอง อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในการฟังของแต่ละคนแตกต่างกัน ถ้าหากใครที่เคยมี ลำโพง (Speaker) มีระบบมัลติมีเดียมาบ้างแล้ว อาจจะได้รับประสบการณ์จากการใช้งาน การฟังเสียง ลำโพง (Speaker) เดิมมาบ้าง แต่ถ้าหากไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย ก็อาจจะทำให้การเลือกซื้อนั้นลำบากไปบ้าง นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของการทดสอบฟังเสียงก็ยังแตกต่างกันออกไป เสียงรอบข้างที่รบกวนมีผลทำให้ผลการทดสอบไม่เด่นชัด เลือกไม่ถูกว่า ได้ ลำโพง (Speaker) ที่ถูกใจหรือยัง แต่สิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งคือ การตัดสิน ลำโพง (Speaker) จากรูปทรงภายนอก เห็นว่ามีรูปทรงสวยขนาดใหญ่ รูปทรงทันสมัย แสดงว่าอาจจะมีเสียงดี หรือตัดสินจากการทนแรงขับ เป็นวัตต์ของ ลำโพง (Speaker) เช่น 26 ,96 ,120วัตต์ PMPO /RMS พวกนั้นเป็นสิ่งที่หลอกลวงผู้ซื้อได้ง่ายที่สุด อย่าหลงประเด็นเป็นอันขาด ทำนองเดียวกับเครื่องเสียงมินิคอมโปที่ขายกันอยู่ตามร้านขายเครื่องเสียงทั่วไป การทดสอบทำได้โดยการทดสอบด้านที่ต้องการนำเอาไปใช้งาน ถ้าหากต้องการนำเอาไปฟังเพลงก็ทดสอบว่าเมื่อใช้ฟังเพลง ลำโพง (Speaker) นั้นให้มิติของเสียงครบหรือไม่ เสียงทุ้ม เสียงแหลม ความสมจริงของเสียงดนตรี ประการนี้หากใครเป็นนักเล่นเครื่องเสียง นักฟังเพลงอยู่แล้วก็คงจะง่ายขึ้น หรือเมื่อต้องการซื้อ ลำโพง (Speaker) ไปเล่นเกมส์ ก็ควรได้ ลำโพง (Speaker) ที่มีลักษณะให้เสียงทุ้มได้มาก ให้เสียงได้ดัง มีกำลังวัตต์สูงๆ เพราะอรรถรสของการเล่นเกมส์นั้น ปฏิเสธกันไม่ได้ว่าเสียงมีส่วนเป็นอย่างมาก
การทดสอบทั่วไปอาจทำโดยการทดสอบเล่นเกมส์ที่มีซาวนด์เอฟเฟ็คหลากหลาย เสียงที่ได้ยินช่วงนี้จะเป็นเสียงสังเคราะห์ซึ่งเหนือจริงเป็นส่วนใหญ่ ทดสอบการเล่นเพลงคาราโอเกะ ซึ่งเสียงจากคาราโอเกะนั้นจะละม้ายคล้ายคลึงกับเสียงดนตรีที่เล่นกันทั่วไป เพราะนอกจากการสังเคราะห์ของ Wave Table เสียงควรใส ให้ความกระจ่างในเสียงดนตรี ทดสอบการฟังเพลงจากแผ่นซีดีเพลง เสียงที่ได้ส่วนนี้อาจจะนำไปเปรียบเทียบกับเสียงที่ได้ยินเมื่อฟังจากเครื่องมินิคอมโปก็ได้ ระหว่างการทดสอบนั้น ควรปรับเสียงดัง-เบา เพื่อทดสอบความแตกต่างด้วย ว่ามีความแตกต่างมากน้อยเพียงใด



ปุ่มฟังก์ชันของ ลำโพง (Speaker) ที่ใช้ในการปรับเสียงให้ตรงกับความต้องการ

หลังจากพิจารณาแล้ว ลำโพง (Speaker) ตัวไหนเป็นเสียงที่ยอมรับได้ ต่อไปคือ ดูว่ามีปุ่มแต่งเสียงอย่างไรบ้าง สำหรับ ลำโพง (Speaker) แบบมีสองข้าง แบบสเตริโอ ควรมีปุ่ม BASS สำหรับการปรับเสียงทุ้ม มีปุ่ม Treble สำหรับการปรับเสียงแหลม มีปุ่ม Balance สำหรับปรับความสมดุลระหว่างเสียงสองข้าง ปุ่ม 3 มิติ สำหรับการเล่นระบบ 3 มิติ จากการตรวจสอบการ์ดเสียงและซอฟต์แวร์ในการใช้งานระบบมัลติมีเดียที่มีใช้ทั่วไปในคอมพิวเตอร์ พบว่าปุ่มฟังก์ชันในการปรับแต่งเสียงเหล่านั้นด้วย ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งเสียงในระดับที่พอใจได้ ดังนั้นการเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) ที่มีปุ่มปรับเสียงแหลม ทุ้ม ควบคุมระดับความดังของเสียง ควบคุมสมดุลของ ลำโพง (Speaker) ซ้ายขวา จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
สำหรับ ลำโพง (Speaker) ชุดที่มีซับวูเฟอร์ โดยมากมีเพียงปุ่มปรับระดับความดังของเสียง โดยมี 2 ตำแหน่ง สำหรับควบคุม ลำโพง (Speaker) คู่ ทั้งซ้ายและขวา 1 ตำแหน่ง และสำหรับการควบคุมซับวูเฟอร์อีก 1 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ในการปรับก็ขึ้นอยู่ความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน ว่าต้องการระดับเสียงทุ้มในปริมาณใด หากน้อยเกินไปก็ไม่ได้ยินเสียงทุ้ม หากมากเกินไปทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงทุ้ม ฟังแล้วไม่เป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ลำโพง (Speaker) แบบมีซับวูเฟอร์บางรุ่น มีปุ่มควบคุมเสียงทุ้ม เสียงแหลม และปรับระดับเสียงชุดเดียว จะเห็นว่าความแตกต่างนั้นขึ้นกับผู้ผลิตและออกแบบนั้นเอง





ราคาของ ลำโพง (Speaker)

ราคานับว่าเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อ ลำโพง (Speaker) ราคา ลำโพง (Speaker) สำหรับระบบมัลติมีเดียนั้นมีให้เลือกกันตั้งแต่ราคาร้อยไปจนหลายพันก็มี สำหรับระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ลำโพง (Speaker) นั้นควรมีราคาเท่าไรดี ถ้าจะให้เหมาะสมควร 1000 ถึง 6000 บาทไม่ควรน้อยหรือมากไปกว่านี้ เพราะเอาตามหลักการซื้อเครื่องเสียง ราคา ลำโพง (Speaker) ก็ควรจะมีราคาเท่ากับของราคาของซาวน์การ์ด ดังนั้นในคอมพิวเตอร์ ถ้าการ์ดเสียงราคา 1000 บาท ลำโพง (Speaker) ก็ควรราคา 1000 บาท แต่ถ้า ลำโพง (Speaker) ราคาแพงกว่านั้นก็แสดงว่าจะได้เสียงที่ดีขึ้น เดี๋ยวนี้ราคาซาวนด์การ์ดที่มีคุณภาพดีก็มีราคาที่ลดลงมากแล้วจากแต่ก่อน ลำโพง (Speaker) ที่เราซื้อนั้นควรจะมีภาคขยายเสียง (Amplifier) ด้วย ส่วนขนาดของ ลำโพง (Speaker) ควรพอเหมาะพอดีกับโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ว่าใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป ถ้าใหญ่เกินไปก็จะเกะกะวางลำบาก ถ้าเล็กเกินไปเสียงก็ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็มี ลำโพง (Speaker) ที่มีขนาดเล็กแต่เสียงใหญ่เกินตัวก็มี อย่างเช่น ลำโพง (Speaker) ของ Boston Acoustic ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ มีขนาดที่ไม่ใหญ่ แต่เสียงใหญ่เกินตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเลือกซื้อ แนะนำให้ทำการทดสอบก่อน เพื่อดูว่าเสียงแบบไหนที่เหมาะสมกับท่าน สำหรับชุด ลำโพง (Speaker) แบบมีซับวูเฟอร์นั้นราคาจะอยู่ประมาณ 800 จนถึงราคาเกือบหมื่นบาทก็มี ซึ่ง ลำโพง (Speaker) แบบมีซับวูเฟอร์นี้มีราคาที่ต่ำลงกว่าแต่ก่อนมาก แต่คุณภาพเสียงก็ตามราคานะครับ.

สรุปส่งท้าย

หลังจากพิจารณาความเหมาะสมในการเลือก ลำโพง (Speaker) ได้เรียนรู้ประเภทของ ลำโพง (Speaker) ต่างๆ ได้รู้ชนิดของ ลำโพง (Speaker) ต่างๆสำหรับการใช้งานจริง ๆ ของคุณแล้ว ต่อไปก็ตัดสินใจด้วยหูของคุณเอง ก่อนที่จะเลือกซื้อ ให้ลองฟังเสียง ลำโพง (Speaker) หลาย ๆ ยี่ห้อที่มีระดับราคาเดียวกัน และเป็นราคาที่ท่านสามารถซื้อได้ ถ้าเจอ ลำโพง (Speaker) เสียงแบบที่คุณถูกใจ สเปกของ ลำโพง (Speaker) ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปก็ได้ครับ เพราะมักมีผู้กล่าวไว้ว่าเรื่องของเสียงไม่มีคำว่าผิดหรือถูก มีแต่ว่าชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น จึงเป็นหน้าที่ที่คุณจะต้องตัดสินใจแล้วนะครับ…
ที่มา  http://www.buycoms.com/buyers-guide/speaker/index.asp

Tags : ซื้อ ลำโพง Speaker

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view
view