สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

แท็บเล็ต(Tablet) คืออะไร?

แท็บเล็ต(Tablet) คืออะไร?

แท็บเล็ต(Tablet) คืออะไร?


554000006611401.jpg

       เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงสุดในปีนี้ ไม่ใช่ซีพียูใหม่ของอินเทล ไม่ใช่คลาวด์ เทคโนโลยี ไม่ใช่เทคโนโลยี 3D แต่เป็น 'แท็บเล็ต'
      
       บริษัทวิจัยทางการตลาดระดับโลกหลายสำนักต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียว กันว่า ปีนี้คือ ปีทองแท็บเล็ต อย่าง 'นีลสัน' มีรายงานพฤติกรรมผู้ ใช้งานแท็บเล็ตหลังจากที่เริ่มใช้งานว่า 1 ใน 3 ไม่ได้กลับไปใช้งานคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกต่อไป ในขณะที่ 32% บอกว่า ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะน้อยลง และ 77% ของผู้ใช้งานแท็บเล็ตเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเดสก์ท้อปหรือโน้ตบุ๊กมาทำงาน บนแท็บเล็ตแทน
      
       บริษัทที่ปรึกษา 'สตราเตจี้ อนาลิติกส์' คาดการณ์ว่า จากแทบไม่เคยมีแท็บเล็ตอยู่ในตลาดเลยในปี 2552 แต่พอถึงปี 2557 ยอดขายหมวดสินค้าไอทีสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แท็บเล็ตกลับจะแซงสินค้าอื่นๆ จะเป็นรองก็เฉพาะทีวีเท่านั้น
      
       เท่านั้นยังไม่พอ 'การ์ทเนอร์' ก็ยังบอกว่า ยอดขายแท็บเล็ตในตลาดโลกจะมีถึง 54 ล้านเครื่องในปีนี้
      
       จากข้อมูลดังกล่าว ถึงแม้ดูเหมือนจะโปรโมต แท็บเล็ตแบบสุดๆ ในต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้ว ภาพนั้นปรากฏให้เห็นแล้ว ว่าอย่างน้อยคนไทยก็ยังเห่อแท็บเล็ตเหมือนคนในโลกนี้ด้วย เมื่อเกิดปรากฏต่อคิว iPad 2 ในวันแรกที่เปิดขายอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีรายชื่อผู้ประสงค์เป็นเจ้าของแท็บเล็ตราคา 2 หมื่นรอคิวอยู่อีกเป็นร้อยๆ ราย โดยไม่มีทีท่าจะแผ่วลงแต่ประการใด
      
       อะไรที่ทำให้แท็บเล็ตน่าสนใจเช่นนั้น ทั้งๆ ที่มีหลายคนบอกว่า ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงจัง ไม่เหมาะกับการใช้งานทางด้านธุรกิจ เป็นได้แค่ของเล่นหรือ 'เทรนด์' ของคนมีเงิน
      
       ถ้ามองให้ลึกๆ แล้ว แท็บเล็ตมีเสน่ห์อยู่ในตัวเพียงพอที่จะทำให้ลืมเน็ตบุ๊กหรือลืม โน้ตบุ๊ก ได้จริงๆ
      
       หนึ่ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เคลื่อนที่
      
       เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผู้ผลิตพยายามมองหาคอมพิวเตอร์ที่พกพาไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ และต้องไม่พลาดการติดต่อโลกออนไลน์ด้วยให้กับตลาด โน้ต บุ๊กคอมพิวเตอร์เคยตอบโจทย์เรื่องนี้มาแล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จนมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งแซงหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปแล้ว แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของน้ำหนักที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2 กิโลกรัม และถ้าอยากได้เบากว่านี้ ก็ต้องแลกกับเงินที่เพิ่มเกือบเท่าตัว หรือจะเป็นเน็ตบุ๊กที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วเข้ามาพยายามตอบโจทย์เรื่องนี้ ซึ่งดูเหมือนจะไปได้ดี
      
       จนกระทั่ง แอปเปิล ส่ง iPad 1 ลงสู่ตลาด กลายเป็นปรากฎการณ์สร้างความฮือฮาให้กับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ครั้งสำคัญ ผู้บริโภครู้จัก 'แท็บเล็ต' ขึ้นมาแบบชั่วข้ามคืน ด้วยน้ำหนักที่เบามากกว่าเน็ตบุ๊ก แถมยังมีระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมกว่า ไม่ว่าจะเป็นไว-ไฟ บลูทูธ หรือจะเป็นเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G หรือ 3G รวมไปถึงอนาคต 4G
      
       'ผมต้องเดินทางบ่อย การนำโน้ตบุ๊กไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกนัก ผมจึงสนใจ iPad 2 เพราะพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกดี' หนุ่มวัยทำงานที่ไม่ประสงค์ออกนาม หนึ่งในร้อยคนแรกที่อดหลับอดนอนต่อคิวซื้อ iPad 2 เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วเล่าให้ฟังถึงอารมณ์อยากได้แท็บเล็ตตัวนี้มาไว้ในครอบครอง
      
       สอง ตอบโจทย์เรื่องความสามารถในการใช้งาน (Usability)
      
       ต้องขอชมความบ้าดีเดือดของ สตีฟ จ็อบ ที่นำเทคโนโลยีทัชสกรีนซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในสมาร์ทโฟน 'ไอโฟน' มาใช้ใน iPad ทำให้ แท็บเล็ต กลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีคีย์บอร์ดอยู่ในตัว ที่ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้แทบจะทันทีขอให้รู้วิธีเปิดเครื่องเท่านั้น ทำให้แท็บเล็ตกลายเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัยไม่เว้นแม้แต่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ธที่ 2 แห่งอังกฤษยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปหาซื้อแท็บเล็ตอย่าง iPad มาถวายหลังจากที่เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รี เคยถวายคำแนะนำให้แก่พระองค์เกี่ยวกับการใช้งานหน้าจอสัมผัสของ iPad
      
       สาม ซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนไป
      
       ซอฟต์แวร์ในแท็บเล็ต เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แท็บเล็ตน่าใช้งานมากๆ แถมยังง่ายอีกด้วย ผู้ใช้ไม่ต้องมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับซอฟต์แวร์อีกต่อไป ไม่ต้องเสียเวลารอให้เครื่องบูทระบบเหมือนในโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ เน็ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ไม่ต้องจ้างหรือเสียเวลาติดตั้งซอฟต์แวร์สำเร็จรูปต่างๆ ที่ต้องการใช้งาน ซึ่งกินเวลาและมีความยุ่งยากอีกต่อไป
      
       ด้วยขนาดของระบบปฏิบัติการที่มีขนาดเล็กติดตั้งมาในเครื่องตั้งแต่ วันแรกที่เปิดใช้งาน ทำให้สามารถใช้งานได้แทบจะทันทีเมื่อกดปุ่มหรือแตะบนจอภาพ จึงไม่เป็นเรื่องผิดปกติหากจะเห็นมีใครเปิดแท็บเล็ตใช้งานขณะนั่งรถไฟฟ้า เพียงแค่สถานีเดียว
      
       การใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ จากเดิมที่การติดตั้งมีขั้นตอนยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์ เปลี่ยนมาเป็นดาวน์โหลดพร้อมติดตั้งให้เสร็จสรรพภายใต้รูปแบบการทำงานที่ เรียกว่า แอปพลิเคชันหรือเรียกสั้นๆ ว่า แอปฯ โดยทำการซื้อขายผ่านร้านค้าออนไลน์ที่มีอยู่ในเครื่องแล้ว ร้านค้าออนไลน์ดังกล่าวมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละระบบปฏิบัติการ อย่างของแอปเปิลเรียกว่า แอปฯ สโตร์ ถ้าเป็นในแอนดรอยด์เรียกว่า มาร์เก็ต
      
       แอปฯ ที่มีอยู่ในร้านค้าออนไลน์ดังกล่าวมีทั้งฟรี และ เสียเงิน เวลานี้มีแอปฯ ที่ให้บริการดาวน์โหลดใช้งานรวมกันทุกค่ายน่าจะเกือบๆ 7-8 แสนแอปฯ เข้าไปแล้ว โดยมีราคาที่ซื้อขายกันตั้งแต่ 30 บาทจนถึงระดับพันสองพันบาท แต่ยังไม่เห็นมีแอปฯ ระดับราคาเรือนหมื่นเหมือนที่มีขายในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ เพราะถ้ามีก็คงไม่มีใครดาวน์โหลดมาใช้อย่างแน่นอน ถึงแม้จะมีราคาไม่แพงหรือฟรี แต่แอปฯ ที่มีให้บริการนั้น ถือว่า มีคุณภาพดีมากๆ ตอบสนองการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
      
       เฉพาะแอปฯ สำหรับถ่ายภาพในแอปฯ สโตร์ของแอปเปิลก็มีกว่า 6,500 แอปฯ เป็นของฟรีประมาณ 3,000 แอปฯ ที่เหลือเป็นแอปฯเสียเงินที่มีราคาตั้งแต่ 0.99 เหรียญไปจนถึงเกือบ 5 เหรียญสหรัฐ
      
       สี่ แชร์คอนเทนต์ออนไลน์
      
       ข้อจำกัดหนึ่งที่มีหลายคนระบุว่า แท็บเล็ต ไม่สามารถเข้ามาแทนที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊กได้ก็คือ การที่แท็บเล็ตไม่สามารถที่จะใช้เป็นอุปกรณ์ในการสร้างคอนเทนต์ขึ้นภายในตัว มันเอง เนื่องจากไม่มีคีย์บอร์ด หรือเมาส์ แม้กระทั่งข้อจำกัดในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดและมีความ ยุ่งยากเพิ่มขึ้น
      
       แต่วันนี้ รูปแบบการสร้างคอนเทนต์ในโลกออนไลน์กำลังก้าวเข้าสู่โลกของเทคโนโลยีคลาวด์ ที่มีการฝากและแชร์คอนเทนต์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง วีดีโอ พิมพ์เอกสาร แปลภาษา ฯลฯ ต่างโหลดขึ้นไปไว้ในโลกออนไลน์หมดแล้ว ดังจะเห็นได้จากเว็บไซด์กูเกิลที่สามารถพิมพ์เอกสารได้ผ่านบนอินเทอร์เน็ต โหลดรูปภาพก็อยู่บนอินเทอร์เน็ต ส่งข้อมูลก็ส่งผ่าน What App โทรศัพท์ทางไกลก็ผ่านสไกป์
      
       ห้า ราคาที่คบได้
      
       ถึงแม้จะมีเหตุผลมากมายเพียงใด ถ้าหากราคาของแท็บเล็ต อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับไม่ได้ ก็ย่อมไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างแน่นอน เมื่อดูจากราคาที่วางขายในปัจจุบัน ถึงแม้จะยังดูสูงอยู่บ้าง คือ ต้องมีเงินระดับ 15,000 บาทถึงจะเป็นเจ้าของได้ แต่ก็ถือว่า ถูกลงมามาก ซึ่งหากแท็บเล็ตเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น โอกาสที่จะเห็นแท็บเล็ตในราคาหลักหมื่นบาทก็สามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน
      
       สิ่งเหล่านี้ แท็บเล็ต ณ วันนี้ ตอบโจทย์ดังกล่าวได้หมดแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำไมยอดขายของ iPad 1 ในปีที่แล้ว มีกว่า 20 ล้านเครื่อง กินส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตไปเกือบ 85% โดยปีนี้มีการคาดการณ์ว่า จะขาย iPad 2 ได้ถึง 30 ล้านเครื่อง นี่ยังไม่รวมแท็บเล็ตของค่ายอื่นอีกที่จะทยอยขายในตลาดปีนี้อีกหลายสิบรุ่น
      
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหาแท็บเล็ตมาไว้ครอบครองสักเครื่อง





ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9540000062008

 

Tags : แท็บเล็ต Tablet คืออะไร

ความคิดเห็น

  1. 1
    ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
    ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์ satawas100@gmail.com 20/06/2011 08:22
    บทความนี้ช่วยให้สานฝันของผมที่มจะมีแทบเล็ตสักเครื่อง มีความเป็นไปได้มากขึ้น ขอบคุณบทความดีดีแบบนี้ครับ
  2. 2
    แพรวา
    แพรวา pareva1@live.com 13/07/2011 09:58
    ดิฉันอยากเล่น แต่ไม่มีเงิน

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*